Home | Sirinda | Yalai | Angel&Run | Other-Writers | StoriesBoard | Th-Novels | WebBoard | GuestBook | Background

 
  ......ขั้นตอนคร่าวๆ ในการเริ่มเขียน......



ผู้ที่เริ่มหัดแต่งเรื่องสั้น/เรื่องยาว มักจะท้อแท้เสียกำลังใจก่อนเขียนจนจบเรื่อง เพราะพอเริ่มแต่งก็มักจะพบ
ปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องพลอตเรื่อง ภาษา และอื่น ๆ อีกมาย การเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยาย
สักเรื่องจึงไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ถึงกับยากจนเกินไปนักถ้าคุณมีความตั้งใจจริง ย้ำคุณต้องมี
ความตั้งใจจริงที่จะเขียนมันให้จบ และต่อไปนี้เป็นกฎคร่าว ๆ ที่อาจจะช่วยให้คุณสามารถเขียนเรื่องได้กระชับ
และน่าอ่านมากขึ้น

1. จดบันทึกความคิดและข้อมูลที่คุณจะใช้เขียนสำหรับเรื่องนั้น ๆ ไว้

การจดบันทึกทุกอย่างที่คิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนั้น เช่น แนวคิดสำคัญของเรื่อง สถานที่ที่จะใช้ดำเนินเรื่อง
ชื่อของตัวละครหลัก ๆ อุปนิสัยเด่น หรือประโยคหรือกิรยาที่ต้องการเก็บไว้ จะทำให้คุณสามารถกลับมา
ทบทวนความคิด และบุคคลิกของตัวละครได้ ซึ่งจะทำให้เนื้อเรื่องมีความต่อเนื่องกลมกลืนกัน

การจดบันทึกจำเป็นมาก โดยเฉพาะการเขียนเรื่องยาว เพราะโดยปกติเรื่องยาวจะใช้เวลานานในการแต่ง
ดังนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เราจะลืมว่าเรากำหนดลักษณะหลักในเรื่องไว้อย่างไรบ้าง

2. หาวิธีการเขียนที่ง่ายและธรรมดามากที่สุด

วิธีการเขียนที่ง่าย และธรรมดาจะทำให้เราเข้าถึงแก่นของเรื่องที่เราแต่งได้ชัดเจนนั่นเอง วิธีการเขียนมี
หลายอย่าง เช่นเราอาจจะเขียนเรียงตามลำดับเวลาอดีตมาปัจจุบันหรือเริ่มจากปัจจุบันย้อนไปอดีต
อาจใช้วิธีเล่าเรื่องโดยบุคคลที่สามหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเล่าเรื่องโดยตัวละครในเรื่อง ตามแต่ความเหมาะสม

สำหรับนักเขียนมือใหม่ แนะนำให้หาวิธีการเขียนที่ง่ายที่สุด เพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกสบายๆ เวลาเขียน
ไม่เครียดหรือกังวลกับวิธีการเขียน เพื่อจะได้สามารถดำเนินเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และหากเขียนจบแล้ว
ค่อยกลับมาเกลาเรื่องอีกครั้งก็ได้

3. เขียนโครงร่างของเรื่องคร่าว ๆ ไว้ก่อนที่จะเขียนจริง
ทั้งนี้เพื่อจะได้มีกรอบในการดำเนินเรื่องไม่ให้มันยืดยาวเกินความจำเป็น เป็นการบริหารจัดการพื้นที่บน
หน้ากระดาษทั้งหมดในเรื่องไปโดยปริยาย โดยเขียนเรื่องย่อของแต่ละตอน/แต่ละบทคร่าวๆ เก็บไว้
การเขียนโครงร่าง ทำให้เราสามารถดูความกลมกลืนของเนื้อหาได้ก่อนที่จะลงมือเขียนจริง

4. ลงมือเขียน

เมื่อได้โครงร่าง ได้ตัวละคร และวิธีการเขียนแล้ว เราก็เริ่มเขียนกันเลย พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกสบาย
ที่สุดเวลาเขียน โดยปกตินิยายที่มีความหนาประมาณ 200 หน้า จะมีต้นฉบับ A4 อักษร font 14 ประมาณ
120 หน้า และส่วนใหญ่ต้นฉบับนิยายไม่ควรจะเกิน 300 หน้า สำหรับ 1 เล่ม การแบ่งตอนนิยายในแต่ละตอน
โดยปกติ 1 ตอนจะมีขนาดยาว-สั้น ตามเนื้อหาอันควรจะเป็นในแต่ละตอนมากกว่า แต่หากไม่แน่ใจ
อาจจะใช้หลักง่ายๆ ว่าไม่ควรจะเกิน 8-10 หน้า A4 ต่อตอน

การลงมือเขียนจริงๆ อาจพบว่า เนื้อเรื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากโครงเรื่องที่ร่างไว้เป็นตอนๆ ได้ ไม่ต้องซีเรียส
ให้ปรับในโครงเรื่องคร่าวๆ พร้อมกันไปด้วย ก่อนจะลงมือเขียนตอนใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลง
นั้นไม่กระทบต่อตอนจบ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมอะไรเล็กน้อย อาจจะไม่ต้องแก้ในโครงเรื่องก็ได้

5. ทบทวน/แก้ไข/ปรับปรุง

หลังจากเขียนจบแล้วตามโครงร่าง เอาเนื้อหาโดยรวมมาพิจารณาอีกครั้งว่ายังตกหล่นข้อความสำคัญ หรือ
มีตอนใดที่ไม่สมจริงบ้าง แล้วแก้ไขปรับปรุง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะช่วงที่เราแต่งนิยายในแต่ละตอน
เราอจจะอยู่ในภาวะอารมณ์อย่างใดอย่าหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้นิยายในแต่ละตอนขาดความกลมกลืนได้
ดังนั้นการปรับปรุงในขั้นตอนสุดท้ายจะทำให้เรื่องที่แต่งดูกลมกลืนมากขึ้น นอกจากนั้นช่วงนี้ก็เป็นเวลา
ในการแก้ไขตัวสะกดที่ผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ รูปประโยคที่อาจจะผิดรูปแบบภาษามากเกินไป

6. ตัวอย่างพลอต /โครงเรื่อง /บันทึกความคิดก่อนเขียน

เพื่อให้เห็นภาพ จะขอเอาตัวอย่างพลอตของ “รักเธอ...Super Model” ซึ่งเขียนร่วมกับวลีวิไล
มาให้ทุกคนลองอ่านดู ถ้าใครเคยอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วจะสังเกตเห็นว่าพลอตที่เอามาลงนี้มีการ
เปลี่ยนแปลงจากเรื่องในหนังสือพอสมควร นั่นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระหว่งการแต่งเรื่อง
ในขั้นตอนที่ 4-5 นั่นเอง

..............................................................................

ปิ๊งรักเธอ...Super Model
โดย สิรินดา & วลีวิไล (ตุลาคม 2549)

ตัวละครหลัก

1. ปราปต์ปฎล
ผู้กำกับหนุ่มโหดวัย 30 ไม่หล่อบาดใจแต่ว่ามาดเท่และปากร้ายสุดฤทธิ์ ออกแนวเถื่อนนิดหน่อย ชอบใส่กางเกงยีน
กับเสื้อยืดสีขาวตราห่านคู่จนเป็นเอกลักษณ์

2. กีรดา
นางแบบสาวไฮโซนักเรียนนอกวัย 22 แรกเริ่มเข้าวงการเพราะคุณแม่ขอร้อง เป็นคุณหนูขาลุยที่ไม่ค่อยจะยอมคน
ไม่กลัวใคร เข้าตำราสวยเริดเชิดหยิ่ง

ตัวละครสมทบ

1. รดีสุดา
นางเอกสาวคนดังที่ตัวจริงเป็นนางร้าย หลงรักปราปต์ปฎลและอิจฉากีรดา เธอโทษว่าการที่ต้องตกอันดับมาเป็นนางร้าย
ในละครที่แสดงด้วยกันนั้นเป็นเพราะกีรดาคนเดียว (ไม่โทษตัวเองเลยนะยะหล่อน) ทั้งที่ความจริงผู้จัดละครเห็น
แววร้ายในตัวเธอมานานแล้ว (ฮา) แอบเป็ยสปายให้ภุมรินในการหาข่าวและภาพเพื่อเขียนข่าวใส่ร้ายกีรดามาตลอด
(แถมไม่มีใครรู้ซะอีกแน่ะ)

2. วิม วรวีร์
นักร้องชื่อดังผู้เก็บความลับเรื่องที่ตัวเองเป็นเกย์เอาไว้อย่างมิดชิด ความสุภาพเรียบร้อยและน่ารักของเขาทำให้สาวๆ
ค่อนเมืองใฝ่ฝันถึง วิมชอบความใจนักเลงของกีรดาและเอ็นดูเหมือนน้องสาวจึงคอยช่วยเหลือเธอเสมอ จนใคร
ๆ รวมทั้งปราปต์ปฎลคิดว่าเขาชอบเธอแบบชู้สาว วิมนี่เองที่เป็นคนล่วงรู้ความลับของรดีสุดาที่แอบถ่ายรูปกีรดากับ
ปราปต์ปฎลไปส่งให้กับภุมริน

3. ภุมริน
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์และนิตยสารบันเทิงหลายฉบับ ไม่พอใจที่กีรดาปฏิเสธถ่ายปกหนังสือให้เขาในคอนเซ็ปต์วาบหวิว
แถมถูกเธอด่าอีกต่างหาก ทำให้เขาโกรธแค้นมาก และหาทางกลั่นแกล้งด้วยการลงข่าวเชิงลบตลอด สุดท้ายกีรดา
ทนไม่ไหวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกลายเป็นกรณีตัวอย่างในวงการบันเทิงที่ดารานางแบบกล้าฟ้องหนังสือบันเทิงค่ายยักษ์ใหญ่

4. คุณหญิงกนกฉวี
มารดาของกีรดา เป็นคนใจดีสนุกสนานเฮฮา (ประมาณป้าดาไฮโซ) ชอบทำบุญและชอบวงการบันเทิง ชักนำลูกสาว
เข้าสู่วงการส่วนหนึ่งอยากให้ลูกมีชื่อเสียง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนนี้ฐานะไม่ค่อยจะดีนักเนื่องจากเอาเงิน
ที่มีอยู่ส่งลูกสาวเรียนต่างประเทศ

โครงเรื่องคร่าวๆ (v1-ร่างโดยสิรินดา+วลีวิไล)

เปิดเรื่องที่กองถ่าย MV เพลงเปิดอัลบั้มชุดที่ 2 ของวิม วรวีร์ นักร้องหนุ่มชื่อดังที่สาวๆ คลั่งไคล้ เขาเป็นนักร้องหนุ่มหนึ่งใน
ไม่กี่คนที่เปิดตัวในอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุหลักล้านตลับ มีเพลงฮิตติดชาร์ตนานนับเดือน
อยู่หลายเพลง เมื่อเขาจะออกอัลบั้มชุดที่ 2 ทางค่ายจึงพิถีพิถันเป็นพิเศษ โดยในเพลงเปิดอัลบั้มชุดใหม่ได้ปราปต์ปฎ
ล ผู้กำกับหนุ่มซึ่งได้ชื่อว่ามีฝีมือที่สุดคนหนึ่งมากำกับ MV เพลงนี้ให้เนื่องจากมีซีนอารมณ์ค่อนข้างเยอะ

กีรดาหรือจิ๊กกี๋นางแบบสาวนักเรียนนอกแถมเป็นลูกไฮโซ ซึ่งแม้ว่าจะเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานแต่เธอก็โดดเด่นบน
แคทวอล์คจนได้รับฉายาซูเปอร์โมเดลแห่งปีจากการโหวตของนางแบบด้วยกันเอง เธอโด่งดังจากการเป็นนางแบบสบู่เหลว
ทำให้วิมสนใจเธอและเสนอให้ทางค่ายเทปติดต่อมาแสดงเป็นนางเอก MV กีรดารับงานเป็นนางเอก MV
ครั้งแรกในชีวิต ต้องแสดงซีนร้องไห้สุดรันทดเมื่อคนรักของเธอกำลังจากจากโลกนี้ไป แต่แสดงไม่ได้ดั่งใจ
ทำให้ปราปต์ปฎลผู้กำกับหนุ่มสุดโหดด่าแหลก หาว่าพวกนางแบบก็อย่างนี้ทำเป็นแต่หน้าตาบึ้งตึงบนแค็ตวอล์คหรือไม่ก็
เปลื้องผ้าล่อตะเข้ (เพราะเขาติดภาพเธอที่แสดงโฆษณาสบู่) ให้แสดงอะไรก็ออกมาเหมือนไม้กระดาน กีรดาโกรธมาก
เถียงเขาฉอดๆ แถมยังเรียกเขาว่า “นายสัปดน” แทนชื่อปราปต์ปฎล ทำให้ผู้กำกับหนุ่มโกรธหนักกว่าเดิมจนเกือบ
จะเกิดศึกใหญ่ วิมซึ่งเป็นเจ้าของเพลงต้องห้ามทัพเพราะไม่อยากให้เสียงาน เมื่อถ่าย MV จบในเวลาสามวัน
กีรดาบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันร่วมงานกับนายสัปดนนี่อีกเป็นอันขาด

MV เผยแพร่ออกไปในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ปรากฏว่าได้รับการกล่าวขวัญทั้งเพลงที่โดนใจ ภาพที่ออกมาสวยมาก
และนางเอก MV ที่ตอกย้ำความเป็นสตาร์จนหนุ่มๆ หลงใหลกันทั่วเมือง

ความฮ็อตของกีรดาส่งผลให้เธอได้รับการติดต่อจากนิตยสารชื่อดังให้ถ่ายแบบขึ้นปกและแฟชั่น งานเดินแบบหลั่งไหล
เข้ามาจนรับโทรศัพท์แทบไม่ไหว คุณหญิงกนกฉวีไฮโซชื่อดังซึ่งเป็นมารดารับหน้าที่จัดคิวให้ลูกสาวจนกลายเป็น
ผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย นางเสนอให้กีรดาหาผู้จัดการสักคนแต่ลูกสาวบอกว่าไม่ต้องการให้ใครมาจัดการชีวิต
ให้คุณแม่จัดการดีแล้ว

ในงานประกาศรางวัลทางโทรทัศน์ ซึ่งมีการประกาศกันทุกปี มีบรรดาผู้จัดและค่ายเพลง
เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมทั้งค่ายยักษ์ใหญ่อย่างสตาร์กรุ๊ป ซึ่งมี 2 บริษัทชูโรง คือสตาร์การละครและสตาร์เรคคอร์ด
เข้าลุ้นรางวัลทั้งด้านละครทีวีและเพลง ซึ่งเป็นไปตามคาด ปราปต์ปฎลได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากงานละคร
สะท้อนสังคมที่เขากำกับให้กับค่ายสตาร์การละคร ส่วนวิม วรวีร์ ได้รับรางวัลนักร้องดาวรุ่ง

[*ใครที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว....จะเห็นได้ว่าช่วงนี้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบ้างแล้ว*]

การแสดงในวันงานมีชุดหนึ่งที่เป็นการเดินแบบของเหล่าดารานักแสดงสาว กีรดาได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษเพื่อสวมชุดฟินาเล่ต์
สร้างความไม่พอใจให้กับนางเอกละครของค่ายสตาร์การละครอย่างรดีสุดาเป็นอย่างมากเพราะหล่อนเชื่อว่าตัวเองจะต้อง
ได้สวมชุดที่เด่นที่สุดแต่กลับกลายเป็นว่าต้องเสียตำแหน่งนี้ให้กีรดาไปเพราะคนจัดแฟชั่นโชว์คราวนี้คือเจ๊ตุ๊กเป็นอดีต
นางแบบและดีไซน์เนอร์ชื่อดังที่เคยร่วมงานกับกีรดามาแล้วและปลื้มเธอมาก แถมก่อนหน้านี้รดีสุดาก็เคยออกฤทธิ์ออกเดช
เรื่องมากตามประสาดาราดังแล้วเหลิงทำให้ผู้จัดหลายรายเอือมระอา รดีสุดาเก็บความไม่พอใจเอาไว้

นายปีรติเจ้าของค่ายสตาร์การละครซึ่งเป็นพ่อของปราปต์ปฎลมาในงานนี้ด้วย ทันทีที่เขาเห็นหญิงสาว
บนเวทีแคทวอล์คก็ตัดสินใจที่จะให้กีรดาแสดงนำในละครเรื่องใหม่ซึ่งเขาซื้อบทประพันธ์มาแล้วยังหาคนที่จะเล่น
เป็นนางเอกไม่ได้

วันรุ่งขึ้นเขาให้เลขาต่อสายหาคุณหญิงกนกฉวีโดยตรงเพื่อขอใช้คฤหาสน์ของคุณหญิงเป็นสถานที่ถ่ายละครเรื่องใหม่
และทาบทามลูกสาวไปแสดงเป็นนางเอก คุณหญิงดีใจมากแต่สงวนท่าทีขอคุยกับลูกสาวดูก่อน

..............[ ตัดออกเป็นบางส่วน เพราะพลอตจริงๆ ยาวมาก ๆ ]................

กีรดาตัดสินใจนัดเจอพระเอก แล้วคืนแหวนให้ บอกว่า การเล่นละคร (หมั้น) เพื่อให้ละครของเธอดัง จบลงแล้ว
เธอจึงอยากคืนแหวนให้ พระเอกบอกว่าชอบนางเอกจริงๆ แต่นางเอกไม่เชื่อ (จริงๆ ยังไม่รู้ใจตัวเอง) บอกว่า
รู้สึกดีกับพระเอก แต่ยังอยากสนุกกับชีวิต ไม่อยากผูกมัด และไม่ชอบที่จะมีแฟนในวงการ (แบบสาวมั่นที่ยังรู้สึกว่า
ใช้ชีวิตไม่คุ้ม ไม่อยากผูกมัด และที่สำคัญเป็นคนไม่เชื่อมั่นในความรักในวงการ เพราะเพื่อนๆ หลายคนที่มีแฟนในวงการ
เลิกกันเร็วมาก) พระเอกประชดว่าไม่ใช่เพราะเราวิมอยู่ใช่ไหม นางเอกบอกว่าวิมเป็นเพื่อน พระเอกเสียใจสุดๆ
เพราะไม่เคยบอกรักใคร บอกกับตัวเองว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

ตอนจบ : นางเอกแสดงละครเรื่องใหม่ โทรมาปรึกษาพระเอกเพราะถือว่าเป็นคนรู้จัก พระเอกให้ข้อเสนอแนะแต่เย็นชาสุดๆ
แต่ก้อคอยฃ่วยเท่าที่ช่วยได้ตลอด พระเอกน่าจะเจอมรสุมชีวิตอะไรสักอย่าง ทำให้ชื่อเสียงในวงการเสีย เลยหายไป
(จริงๆ ไม่ใช่พระเอกคุ้นกับข่าวแปลกๆ ในวงการอยู่แล้ว แค่พระเอกอยากพัก เพราะเครียดมานาน เลยไปหาที่สงบๆ
เขียนพลอตเรื่องใหม่) นางเอกพยายามติดต่อทุกทาง จนรู้ว่าอยู่ไหนก้อขับรถไปหาด้วยความเป็นห่วง และเพิ่งรู้จริงๆ
ว่ารักพระเอก งานนี้นางเอกต้องแสดงสุดฤทธิ์ให้พระเอกของเรามั่นใจว่าจะไม่หน้าแตกเป็นครั้งที่สองด้วยการ
บอกรักก่อน แถมต้องแสดงความรักให้พระเอกเห็นอีกด้วย

Copyright by Sirinda ; Feb. 2007

กลับไป หน้าแรก วนิยายและนักเขียนไทย