บอกอ :
ขอเริ่มด้วยคำถามแรกเลยนะคะ ตอนนี้ชีวิตรักของทั้งคู่เป็นอย่างไรบ้างคะ
นรีกับคีตายังทะเลาะกันเหมือนเดิมหรือเปล่า
"ทะเลาะกันทุกวันละครับ วันไหนไม่ทะเลาะกับเค้านอนไม่หลับ" คุณคีตาเป็นฝ่ายตอบ
โดยมีนรีค้อนอยู่ข้างๆ คนตอบถือโอกาสโอบหญิงสาวข้างกายมาชิดตัว "แต่ถ้าไม่มีคนทะเลาะด้วย
ผมคงทำอะไรตามใจตัวเองตลอด เพราะที่บริษัทมีแต่คนไม่กล้าหือ มีนรีนี่ละ
คอยยั้งๆ ผมไว้"
"ยังปากร้ายเหมือนเดิมค่ะ" นรีพูดขึ้นมาบ้าง แต่ไหงส่งสายตาหวานไปให้คนปากร้ายก็ไม่รู้
"แล้วก็ทำอะไรไม่ค่อยคิดถึงใจลูกน้อง จะเอาแต่งานให้เสร็จ นี่นรีเพิ่งไปปรับปรุง
office ให้ใหม่ แบบให้ทัศนียภาพเหมาะกับการทำงานหน่อยไงคะ ลูกน้องจะได้ตั้งใจทำงานกันมากขึ้น
ให้แต่เงินเดือนสูงๆ อย่างที่คุณคีให้อย่างเดียวไม่พอหรอกค่ะ"
"คร๊าบ เอาใจพวกมันเข้าไป สักวันมันก็เหลิงกันพอดี"
นรีทำหน้าบึ้ง "ก็นรีจบตกแต่งภายในนี่คะ เห็นที่ทำงานรกๆ แบบนั้นก็ทนไม่ไหว
ใครจะคิดอะไรออก" เธอหันมาพยักเพยิดกับบอกอ "นอกจากปากร้ายแล้วยังทำงานดึกเหมือนเดิมเลย
นี่ย้ายไปห้องทำงานอีกห้อง ถ้าไม่ไปลากตัวกลับมานอน ก็ไม่กลับมานอนหรอก"
"นรีก็ทำงานดึกๆ เหมือนกันล่ะ" คีตาบอก "บ้างานทั้งคู่ครับ
เพิ่งจะมาทุเลาการบ้างานก็ระยะหลังนี่ล่ะ"
|
บอกอ
: อ้าว ทำงานเยอะอย่างนี้ มีเวลาไปสวีทหวานแหววกันบ้างหรือเปล่าคะ อย่างเช่นไปฮันนีมูนน่ะค่ะ
เจอคำถามนี้เข้า
รู้สึกว่าคุณคีตาขยับตัวอย่างอึดอัด บอกอ แอบเห็นว่าโปรแกรมเมอร์ปากร้ายของเราหน้าแดงค่ะ
เพื่อให้ได้คำตอบ บอกอ จึงหันมาหานรี
"ก็หลังจากปรับความเข้าใจกันครั้งนั้น เราสองคนก็มีโอกาสได้ไปทะเลด้วยกันครั้งหนึ่ง
และอีกครั้งก็ไปเกาหลีใต้ค่ะ"
"ไปทะเล ไปที่ไหนคะ เมืองไทย?" บอกอ ถาม
"ไปมัลดีฟค่ะ คือนรีเป็นคนขอคุณคีตาเองล่ะค่ะ เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานได้หกเดือน
อยากไปมานานแล้ว อยากไปวาดรูปทะเลที่นั่น คุณคีก็ตามใจค่ะ"
"ผมอยากเห็นเมียตัวเองนุ่งบิกินี่เท่านั้นล่ะ เลยลงทุนไปถึงที่โน่น
ตอนแรกวางแผนว่าจะให้เธอเปลือยกายอาบแดดเสียด้วย แต่เจ้าตัวไม่ยอม"
"บ้าสิ" นรีหันไปถองคุณคีตาเบาๆ หน้าแดง
"แล้วเกาหลีล่ะค่ะ ไปที่ไหน" บอกอ รีบเปลี่ยนประเด็นเรื่องเสียก่อนที่จะมีฉาก
xxx โผล่ออกมามากกว่านี้
"ไปเกาหลีนี่ไม่รู้จะนับว่าไปเที่ยวได้หรือเปล่า เรียกว่าไปติดต่องานดีกว่าค่ะ
คุณคีไม่อยากไปคนเดียว ลากนรีไปด้วย มาหลอกเราว่าจะชวนไปเที่ยว..."
นรีค้อนให้คนข้างๆ "ไปถึงก็ไปติดต่อเรื่องโปรแกรมอะไรไม่รู้ ปล่อยให้นรีเดินเที่ยวทั่วเกาหลีคนเดียว"
"ก็ผมไม่อยากไปคนเดียวนี่นา"
คนโดนกล่าวหาแก้ตัวเสียงอ่อย "ถ้าผมไม่เอานรีไปด้วย
ก็เท่ากับว่าไม่ได้เห็นหน้านรีตั้งอาทิตย์นึงเลยนะ เลิกงอนเรื่องนี้ได้แล้ว ไปคราวหน้าจะพาไปเล่นสกี
พาไปเที่ยวนอกเมืองนะ นะ จะให้เวลานรีคนเดียวเลย รับรอง"
เจอบทออดอ้อนของคุณคีตาเข้าไป นรีของเราก็เลยปิดปากเงีบบ ไม่บ่นอะไรอีก
|
บอกอ
: ขอต่อเลยนะคะ คำถามนี้น้องๆ หลายคนที่ติดตามเรื่องราวความรักของทั้งคู่ถามมามากเป็นอันดับต้นๆ
เลย คือ น้องๆ อยากทราบว่าตอนนี้ นรีกับคีตา มีนรีหรือคีตาตัวน้อยๆ
แล้วหรือยังคะ
ยังไม่ทันจะถามจบประโยค คุณคีตาก็ตะโกนขึ้นมา "เจ้าวิน .. เจ้าวิน
อยู่ไหน มาให้ป้าบอกอ เค้าดูความหล่อหน่อยสิลูก" เมื่อเรียกแล้วไม่มีใครตอบ
คุณคีตาก็หันไปหานรี "ลูกเราไปไหน"
นรีอมยิ้ม หันมาหาบอกอ "อยู่ห้องทำงานของคุณมั้งคะ
ตอนนี้กำลังติดเกมส์ค่ะ คุณคีตาเอาเกมส์สำหรับเด็กที่ลูกน้องในบริษัทคิดค้นขึ้นมามาให้ลองเล่น
นี่ขนาดสามขวบ แกยังใช้เมาส์ไม่คล่องแต่มีแววจะบ้าคอมพิวเตอร์เหมือนพ่อค่ะ
กลัวอยู่เหมือนกันว่าโตขึ้นจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง"
คนเป็นพ่อหันมาโวยวาย "เด็กมันอัฉริยะเหมือนพ่อต่างหาก...คอยดูสิจะหัดให้เขียนโปรแกรมได้ตั้งแต่สิบขวบเลย"
"ไม่เอานะคุณ ลูกเราน่ะควรจะมีสังคมบ้าง นรีว่าส่งแกไปเข้าค่ายศิลปะที่โรงเรียนใกล้ๆ
บ้านนี่ยังจะดีกว่านะ...เรื่องคอมพ์น่ะเรียนทีหลังก็ได้"
ท่าทางจะเริ่มเถียงกันเรื่องอนาคตของลูกแล้วละค่ะ ก่อนที่ทั้งพ่อและแม่มือใหม่จะเถียงกันมากกว่านั้น
บอกอ ก็ได้ยินเสียงซอยเท้าลงบันไดบ้านมาอย่างเร็วๆ แล้วเล็กชายตัวป้อม
ท่าทางเฉลียวฉลาดก็วิ่งมาหาพ่อแม่ ถึงตัวทั้งคู่ ก็กระโดดขึ้นตักพ่อทันใด
แล้วก็หันมาหา-ป้าบอกอ-มองอย่างสงสัยว่าใคร
"นี่ละครับนาวิน ลูกผม สามขวบกับอีกหนึ่งเดือน ซนจนสงสัยว่าจะเป็นลิงกลับชาติมาเกิด"
คีตาเอ่ยอย่างภูมิใจ "เจ้านาวิน ธุป้าเค้าสิลูก เค้าเป็นคนทำให้หนูเกิดมาได้รู้หรือเปล่า....."
เด็กชายหันมา-ธุ- ป้าบอกอ อย่างที่พ่อบอก ก่อนจะหันไปคว้าคอแม่ ก้าวข้ามตักพ่อไปหาตักแม่ทันใด
แกไม่สนใจ ป้าบอกอ สักเท่าไหร่ ตั้งหน้าตั้งตาเล่าให้แม่ฟังว่า เกมส์ใหม่ของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง
มีตรงไหนที่แกไม่ชอบ มีตรงไหนที่แกชอบ ท่าทางจะเป็นเด็กที่มีพัฒนาการไว้ และฉลาดพอสมควรเชียวล่ะ
|
บอกอ
: คำถามต่อมาเลยนะคะ มีน้องหลายคนถามถึงคุณเก๋มาค่ะ ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
"อ๋อ ตอนนี้พี่เก๋เปิดร้านเสื้อผ้าร้านเล็กๆ ที่สยามเซ็นเตอร์ค่ะ
แกเป็นคนขอบแต่งตัว ก็เลยไปเรียนออกแบบเสื้อผ้าเป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว
ไม่ยอมมาบริหารงานที่บริษัท บอกว่าให้คุณคีดูแลทั้งหมดน่ะดีแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนพี่เก๋สบายใจขึ้นมากนะคะ
มีความสุขกับงานเล็กๆ ของแกมากเลย แต่ยังไม่ยอมมีใครใหม่เสียที ตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงเจ้าแฝดสองคนนั่นอย่างเดียว"
นรีตอบ "ว่างๆ นรีกับคุณคีก็ไปเยี่ยมแกบ้างค่ะ เอานาวินไปเล่นกับพี่ๆ"
|
บอกอ
: คำถามสุดท้ายสำหรับวันนี้นะคะ สาวสุดเซอร์ฯ ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากขนาดนี้
ทั้งนรีและคีตาอยากจะฝากอะไรถึงผู้อ่านบ้างไหมคะ
"ฝากความขอบคุณถึงทุกๆ คนครับ" คีตาเอ่ยขึ้นมาก่อน
"ขอบคุณที่ทำให้ผมกับนรีมีวันนี้ขึ้นมาได้ ถ้าไม่ได้การต้อนรับดีขนาดนี้
ผมกับนรีก็อาจจะเป็นแค่คู่รักคู่หนึ่ง ในโลกอันวุ่นวายใบนี้ที่ไม่มีใครรู้จักเลย
แต่วันนี้ ผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของโปรแกรมเมอร์ ทำให้คนรู้จักอาชีพนี้มากขึ้น
ผมได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้ความรัก ในรูปแบบที่ผมเองก็ไม่เคยคิดถึงมาก่อน"
หญิงสาวข้างตัวของคุณคีตาเอนศีรษะพิงไหล่ผู้พูด คุณคีตาจึงถือโอกาสโอบเอวเธอไว้
"สำหรับนรี ขอบคุณที่คุณคีตาไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ" เธอส่งสายตาหวานให้คนข้างๆ
"และอยากบอกทุกๆ คนว่า ความรักเป็นสิ่งสวยงามค่ะ
คู่ของนรีกับคุณคี อาจจะไม่ใช่คู่ที่เฟอร์เฟ็ค และไม่ได้สวีทหวานแหววกันตลอดเวลา
แต่นั่นมันคือโลกแห่งความเป็นจริงค่ะ การแต่งงานคือการแบ่งปัน และการร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างแท้จริง"
เฮ้อ ไหนว่าจะฝากข้อความถึงคนอ่าน ไหงทั้งคู่มาผลัดกันชมอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่รู้
อย่างนี้ยังจะไม่เรียกสวีทหวานแหววอีกหรือนรี...
|
ท้ายที่สุด บอกอ ขอจบบทสัมภาษณ์ นรีกับคีตา ไว้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ หวังว่าหลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์ของทั้งคู่แล้ว
แฟนๆ "สาวสุดเซอร์ฯ" คงจะหายคิดถึงทั้งคู่ไปได้พอสมควรนะคะ สำหรับคำถามที่มักจะมีแฟนๆ
ถามมาว่า จะมี นรีกับคีตา ภาคสองหรือเปล่า บอกอ ขอกระซิบว่า สำหรับเรื่องราวของนรีและคีตา
คงปล่อยให้จบโดยสมบูรณ์ในตัวของมันเองในครั้งนี้ สำหรับเรื่องราวที่จะมีต่อไปในอนาคต
(ถ้ามีโอกาส) น่าจะเป็นเรื่องราวของเพื่อนพ้อง พี่น้อง และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งคู่บ้าง
เท่านั้น....บอกอ จะเปล่อยให้นรีและคีตา เป็นหนึ่งในหลายๆ ตัวอย่างของรูปแบบของความรักที่สามารถเกิดขึ้นได้บนโลกอันแสนวุ่นวายใบนี้
เป็นบทพิสูจน์ว่าความรักไม่จำเป็นจะต้องเกิดจากความพร้อมสมบูรณ์ของทั้งสองฝ่ายเสมอไป
เพียงแค่เข้าใจในความแตกต่างของอีกฝ่ายหนึ่ง เท่านั้นก็พอ
และท้ายที่สุด ขอยืมคำพูดของนรีที่ตะโกนใส่หน้าคีตาตอนที่เขาอกหักว่า "อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของความรัก"
ขอให้ทุกท่านมีความรู้สึกดีกับความรัก เช่นที่นรีมีให้คีตาตลอดมา แต่ในขณะเดียวกัน
ก็พร้อมเสมอที่จะเผชิญเหตุการณ์อันไม่คาดคิดบนโลกแห่งความรักของท่าน อย่างที่คีตาเผชิญกับมัน
ถึงแม้เราจะล้ม เราจะผิดหวัง แต่ท้ายที่สุดอาจจะมีสิ่งดีๆ ตามมาก็ได้
ขอให้ความรักจงเจริญ... และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการได้รักใครสักคน
เช่นเดียวกับที่ชายหญิงคู่นี้รักกันค่ะ
บอกอ
www.love-stories.net
|
|
...................................................................................................................................................................................................
|