“…. ….A TIME FOR US เวลาแห่งสองเรา  ”

โดย : รัน..

แม้ความรักครั้งแรกของฉันจะไม่สดใส แต่มันยังคงสว่างไสวอยู่ในความทรงจำเสมอมา………

1 ...

…. เราเรียนโรงเรียนเดียวกันและอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล บ้านเราใกล้กัน จากบ้านฉันไปบ้านเธอเพียงแค่ 15 ก้าวก็ถึงแล้ว …..

ฉันจำได้- เมื่อตอนที่อยู่ ม. 2 พ่อซื้อรถจักรยานให้ฉันคันหนึ่ง สีขาวตลอดทั้งคัน ในวันอันอบอุ่นแห่งฤดูหนาว พุ่มดอกกุหลาบสีแดงหน้าบ้านเธอกำลังบานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมพลิ้วแผ่วมาตามสายลม ฉันในชุดนักเรียนรอเธออยู่บนจักรยานคันใหม่เอี่ยมใต้ต้นหางนกยูง กระดิ่งจักรยานสีเงินแวววาวเป็นประกายส่งเสียง กรุ๋ง…กริ๋ง ก้องกังวาน ดวงตากลมโตกับ ขนตางอนเช้งบนใบหน้ากลมของเธอก็โผล่ปริ่มอยู่ ที่ขอบหน้าต่างบ้านของเธอ เธอส่งยิ้มปลิวมากับสายลมเจือกลิ่นกุหลาบ ร่างป้อมๆ วิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้าน สาวน้อยในชุดคอซองแวะเด็ดดอกกุหลาบสีแดงเปื้อนน้ำค้างยื่นส่งมาให้ฉัน 1 ดอก แล้วจึงค่อยๆพาร่างกะปุ๊กลุกขึ้นมาซ้อนท้ายรถจักรยาน

เราขี่จักรยานสีขาวข้ามสะพานไม้สีน้ำตาลคล้ำที่มีลำคลองเล็กๆ มีน้ำใสแจ๋วไหลเอื่อยอยู่ ยินเสียงนกร้อง เสียงพูดเจื้อยแจ้ว และ เสียงหัวเราะใสๆของเธอลอยล่องในอากาศ ตลอดทางไปถึงโรงเรียน

เมื่อถึงชั้นเรียน ฉันวางดอกกุหลาบดอกนั้นไว้ในหนังสือเพลงที่มีคอร์ดกีต้าร์กับคำแปลภาษาไทย เธอจะรู้ไหมว่า ฉันตั้งใจเลยแหล่ะที่จะสอดมันไว้ตรงหน้าที่ 113 ที่มีเพลง

….A TIME FOR US ...วลาแห่งสองเรา

ยามปิดหนังสือลง กลิ่นหอมรัญจวนล้นทะลักออกมาและไหลเข้าจมูกของฉันจนแทบสำลัก เวลาผ่านไป….กลีบดอกที่เคยเป็นสีแดงสดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำแห้งกรอบ ไม่มีกลิ่นหอมของมันอีกเลยมีเพียงคราบน้ำดอกไม้เป็นดวงๆขอบหยักๆจับอยู่บนกระดาษ

ปรู๊ปสีหม่นบนเนื้อเพลง….A TIME FOR US เวลาแห่งสองเรา

แม้ดอกกุหลาบที่เคยสวยงามจะโรยราบี้แบนและเก่ากรอบอย่างไร หากแต่ฉันตั้งใจจะเก็บรักษามันเอาชั่วนิรันดร์ –ที่คั่นหนังสือดอกกุหลาบแห้งอันมีค่า
ในค่ำคืนหนึ่ง ใต้ต้นหางนกยูงที่มีแสงจันทร์นวลส่องกระจ่าง ลมแรงเขย่าลำต้น กิ่ง ก้าน ดอกสีเหลืองแดงร่วงหล่น พราวใส่ตัวฉันและเธอ ฉันเล่นกีต้าร์ เธอขับขานเสียงเพลง

….. A TIME FOR US เวลาแห่งสองเรา

…..A time for us someday there’ll be
A new world a world of shining hope
For you and me ….

…..สักวันหนึ่ง เวลาแห่งสองเราคงจะมาถึง
ในโลกใหม่ โลกแห่งความหวังส่องแสงประกายเรืองรอง
แด่เธอและฉัน…..

เมื่อโน๊ตตัวสุดท้ายของกีต้าร์จางเสียงลง ฉันจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มบางของเธอ… อีกหลายวันที่เดียวที่ฉันไม่ยอมล้างหน้าจนสิวผุดขึ้นที่หน้าหลายเม็ด เพียงเพราะฉันอยากจะเก็บ กลิ่นแก้มละมุนของเธอไว้กับปลายจมูกให้นานแสนนาน


2....

ในบ่ายวันหนึ่งของวันสอบสุดท้ายของการสอบไล่ชั้นม.3 ฉันใช้คัดเตอร์สลักชื่อเธอและฉันโดยมีรูปหัวใจคั่นกลางไว้บนโต๊ะเรียนของเธอที่อยู่หน้าชั้น ขณะที่เธอออกไปนอกชั้นเรียนกับเพื่อนๆผู้หญิงกลุ่มเธอ เธอกลับมาพบมันและหันมาส่งยิ้มให้ฉันที่อยู่หลังห้อง เสียงร่ำร้องดีใจของเพื่อนฝูงฉันดังลั่น - โลกของฉันพลันสวยงามราวกับสวรรค์ ทุกวินาทีที่ผันผ่านงดงามไปด้วยความรัก

เธอรู้ไหมว่า นับจากนั้น ทุกยามเย็น ฉันจะตรงดิ่งไปที่หัวเตียงนอนที่มีกระปุกหมูออมสินสีแดงวางอยู่ หยอดเหรียญเงินที่เหลือกลับมาจากโรงเรียนใส่ไว้ในนั้น ฉันวาดฝันไว้ว่า จะเก็บเงินให้ได้มากมายเพื่อขอเธอแต่งงาน ปิดฉากรักของเราดังเทพนิยาย และฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอไปจนแก่เฒ่า
…………….
แต่แล้วทุกอย่างก็แปรผันเมื่อเราขึ้นชั้นม.4 ครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ในเมืองอื่นทำให้เธอต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนในเมืองเช่นกัน แต่ฉันยังคงเรียนที่โรงเรียนซ่อมซอดังเดิม เราคล้ายห่างกันทั้งใจและกาย ดูเธอเปลี่ยนไป มึนตึงไม่เหมือนเดิม
………..
ในคืนที่คล้ายฟ้าดับ
จันทร์และดาวหายวับไปกับตา

เธอมาหาฉันที่หน้าบ้าน ฉันตั้งใจพินิจร่างของเธอ เธอโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มีทุกสิ่งทุกอย่างที่หญิงสาวควรจะมี ทั้ง อก เอว และสะโพก ทุกส่วนอวบอัดจนดูออกจะอ้วนไปเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ ไม่มีแล้วเด็กหญิงดวงตากลมโต ขนตางอนเช้ง เจ้าของร่างกะปุ๊กลุกคนนั้น

เธอบอกฉันว่า “ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ” ฉันเห็นรูปหัวใจส่งแสงวิบวับปรากฎในดวงตาเธอ เธอบอกด้วยว่า มีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งชวนเธอไปงาน เต้นรำประจำปีของเมือง ในค่ำคืนวันศุกร์ที่กำลังจะมาถึง

“เธอชอบเขา ” ฉันถาม

“ ใช่ ฉันชอบเขา” เธอตอบแบบไม่ต้องคิด

นัยน์ตาของเธอเหมือนฝัน -ฝันถึงเขา ที่อยู่ไกลแสนไกล

โลกของฉันคนที่อยู่ใกล้เธอ ราวกับนรก สรรพสิ่งที่เห็นพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา

หนังสือเพลงในมือหลุดร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง มันนอนกางแผ่หราอยู่ตรงหน้าฉัน ตรงบทเพลง….A TIME FOR US เวลาแห่งสองเรา ดอกกุหลาบแห้งกรอบที่สอดอยู่กระเด็นไปไกลและแตกเป็นเศษเล็ก เศษน้อย ลอยฟุ้งกระจายหายไปในอากาศ พร้อมๆกับความรักครั้งแรกที่พลัดพรากจากฉันไป…..

“ ลาก่อน เราคงไม่ได้พบกันอีก” ประโยคสุดท้ายที่ทิ้งไว้ให้ฉันยังคงก้องอยู่ในหู

ในตอนนั้นหัวใจของฉันร่ำร้องบอกตัวเองว่า“จะมีความหมายใดหากปราศจากเธอ” ฉันกลับเข้าบ้านตรงไปที่ตู้ยา คว้าเอากระปุกยาพาราเซตามอลมาไว้ในมือ เปิดฝาแล้วเทพรวดมันออกมา เม็ดยาอ้วนป้อมมากมายไหลไปอยู่ในอุ้งมือ มือข้างที่เหลือฉวยเอาแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ เพลงอกหักประดามีในโลกต่างหลั่งไหลส่งเสียงก้องอยู่ในหู น้ำตาเออท่นดวงตา

แต่ สักพัก… จึงค่อยๆเทเม็ดยาสีขาวเหล่านั้นกลับลงไปไว้ในกระปุกยาดังเดิมเมื่อนึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของความตายที่ฉันกำลังจะต้องเผชิญมัน
…..แต่เพียงลำพังเดียวดาย !!! ไม่มีใครมาช่วยแบ่งปันเลยจริงๆ

จะมีก็แต่น้ำตาและความเสียใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องหลังจากการตายของฉันเท่านั้นเอง !
จากนั้นไม่นาน ฉันก็ผ่านช่วงเวลาอันแสนเชื่องช้าและทุกข์ทรมานเหล่านั้น
มาได้อย่างสง่างาม



3...

จนถึงวันนี้ หากจะมีเวทมนตร์อันใดพาฉันย้อนกลับไปในเวลานั้น ฉันไม่ขอเปลี่ยนแปลงอะไรกับเวลาแห่งสองเราทั้งสิ้น ฉันจะปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันเป็นไป ให้เธอทิ้งฉันไปนะดีแล้ว ….

เพราะเมื่อเร็วๆนี้ โรงเรียนของฉันได้จัดงานชุมนุมศิษย์เก่า เพื่อหาเงินเข้าโรงเรียนหลังใหม่ ฉันได้พบเธออีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้เจอกับเธอเลยเป็นเวลาหลายปี นับตั้งแต่วันที่เธอบอกลา

ให้ตายเถอะ ! ฉันอดอุทานขึ้นมาไม่ได้ขณะเห็นเธอกำลังเยื้องกรายเข้าสู่บริเวณงาน-สนามกีฬาของโรงเรียน

ฉันคิด - อะไรทำให้เธอเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้ จน ไม่เหลือเค้าของเด็กหญิงดวงตากลมโต ขนตางอนเช้ง เจ้าของร่างกะปุ๊กลุกให้ได้เห็นอีกต่อไป เหลือไว้แต่เพียง….

หญิงสาวในวัย 22 ปีบริบูรณ์ กับ น้ำหนักตัวร่วม 100 กิโลกรัม

แต่แล้ว ฉันก็ต้องอุทานขึ้นเสียงหลง

“โอ้ พระเจ้า ช่วยลูกช้างด้วยเถิด ”

เมื่อเห็นเธอพาร่างอ้วนอุ้ยอ้ายตรงมาที่ที่ฉันกำลังยืนอยู่

เมื่อตั้งสติมั่น ฉันรีบโกยแนบออกทางประตูหลังโรงเรียน!!!

………….

 

กลับไปที่ หน้าแรก section นี้

 

setstats 1 1