หนูไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ฮับ..พ่อ

โดย : รัน..

1. ....

ทันทีที่ดวงตะวันเย็นย่ำตกปุ๊ลงตรงสุ่มดอกมะลิหลังบ้านไม้หลังน้อย

เสียงแหลมเล็กก็แผดร้องดังขึ้น

“ กรี๊ด…. ด… ไอ้บ้า พ่อจ๋าช่วยด้วย”

เสียงนั้นฉุดรั้งมือ ผู้เป็นพ่อในวัยใกล้ 40 ให้รีบรุดมายังที่เกิดเหตุ-ห้องนั่งเล่น ที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับสนามรบ พื้นห้องนั้นระเกะระกะไปด้วยของเล่นนานาชนิด ส่วนที่กลางห้อง เจ้าลูกชายวัย 6 ขวบตัวดีกำลังนั่งคร่อมอยู่บนอกน้องสาววัย 5 ขวบ พร้อมใช้มือบีบเข้าคอหมายแย่งตัวอุลตร้าแมน ตัวยาวแค่คืบแต่สนนราคากลับแพงกว่าข้าวสารหนึ่งกระสอบ

เห็นเช่นนั้น พ่อจึงตวาดออกไปเสียงดังลั่น

“ไอ้ลูกชาย ทำไมรังแกน้องอย่างนั้นเล่า ”

ข้างลูกชายรีบหดมือออกจากคอน้องสาว ใบหน้าซีดราวกระดาษด้วยตกใจกลัว

“แง ไอ้บ้า….” ข้างฝ่ายยายลูกสาวเมื่อได้ทีก็ยิ่งส่งเสียงร้องไห้จ้า ตะโกนด่าพี่ชายดังลั่น จากนั้นจึงใช้มือน้อยๆตีที่หัวพี่ชาย เสียงดัง “ป๊อก” แล้วจึงรีบวิ่งเข้าหาอ้อมกอดของพ่อต่างเกราะกำบังข้าศึก

แม่มดน้อย ยังคงกระหน่ำซ้ำเติมพี่ชายต่อไปด้วยสายตาลิ่วล้อประหนึ่งผู้ชนะ

พ่อมองเขม็งไปที่ใบหน้าของลูกชายคนโตแต่ตัวน้อย ดวงตาฉายแววขุ่นเคือง ละอุ้มลูกสาวออกไปฝากไว้กับย่าที่กำลังนั่งรับลมอยู่ที่เก้าอี้ม้าโยกตัวใหม่หน้าบ้าน พ่อชี้นิ้วขึ้นๆลงๆใส่หน้าป่องๆของลูกชาย ราวกับจะบอกว่า “ รอเดี๋ยว เดียวค่อยเจอกัน”

ชั่วครู่… พ่อกลับมาใหม่หมายคิดบัญชีกับลูกชาย แต่ใจที่โมโหต้องมลายหายไปสิ้น เมื่อลูกชายตัวการ เริ่มเบะปากเตรียมรินน้ำตา

“มานี่มะ” เสียงเรียกอ่อนอุ่นของพ่อพาร่างน้อยต้วมเตี้ยมเดินมาเข้าสู่อ้อมกอดอันคุ้นเคย เจ้าหนูน้อยซบหน้าลงกับอกพ่อ
น้ำตาค่อยๆร่วงพรั่งพรูออกมาและได้ซึมทะลุผ่านเสื้อนอนบางๆของพ่อ ใครจะรู้ว่าน้ำตานั้นราวกับจะ แทรกเข้าสู่หัวใจของชายผู้เป็นพ่อให้ได้เจ็บช้ำ

“ที่หลังอย่าทำอย่างนี้นะ น้องยังเด็กแล้วยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย”

พ่อพูดสอนดีๆหวังจะปลอบขวัญที่หายไปให้โบยบินกลับคืนมาดังเดิม

“คร๊าบ”

ลูกชายตอบเจื้อยแจ้ว น้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เริ่มกลับมาเริงร่า ใบหน้าฉายแววเบิกบานสดใสตามวัยสวย
ตากลมโตเปียกชุ่มด้วยน้ำตาทอประกายวิบวับมีรอยยิ้มจากดวงตาส่งมาให้พ่อ

พ่อยีหัวลูกชายที่ซบอยู่กับอก ร้องปลอบว่า “ขวัญเอ่ยขวัญมา”

ฝ่ายไปลูกชายฟังไปคล้ายเสียงเพลงกล่อมเด็กล่องลอยแผ่วพลิ้วมาตามสายลมร่ำๆจะเคลิ้มหลับไหลไปกับอกพ่อ ขณะที่ พ่อเริ่มร่ายยาว
“หนูเป็นผู้ชาย เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ต้องดูแลน้องแทนพ่อ ถึงตอนนั้นพ่อ็คงแก่และตายลง ในที่สุด มีอยู่กันสองคน ก็ต้องรักกันให้มากสิ ไม่ใช่มาทะเลาะกันแบบนี้ ”

พลันพ่อพูดจบ ลูกชายกลับผงกหัวขึ้นเร็วจี๋คล้ายตกใจ ตื่นจากฝัน มีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นในดวงตาใส “อ้าว ทำไมเมื่อตอนหนูโตเป็นผู้ใหญ่
แล้วพ่อต้องตายด้วยล่ะ ฮับ ถ้าพ่อตายแล้วหนูจะอยู่กับใครล่ะพ่อ ”

พูดจบสองมือกอดรัดร่างพ่อเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าจะหายวับไปกับตา!

พ่อเองไม่นึกเฉลียวใจใดๆกับคำถามของลูกชายเลยแม้แต่สักน้อย กลับหัวเราะขันๆในความเดียงสา

“คนทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ลองเมื่ออยู่มานานเข้า พ่อเองก็เคยเป็นเด็กเล็กๆเท่าหนู เมื่อเวลาผ่านไป พ่อก็เติบโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ เรียนหนังสือ
แต่งงานกับแม่ของหนู แล้วก็มีหนูกับน้องนี่ไงจากนั้น พ่อก็ต้องแก่ลง แล้วต้องตายจากโลกนี้ไปในที่สุด มันเป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ไม่มีใครหนีพ้นไปได้หรอกลูก ”

พ่อ-ลูก จ้องมองตากันเนิ่นนาน

ฝ่ายหนึ่งรับรู้เละเข้าใจด้วยจำนวนปีที่ผ่านโลกมายาวนานกว่าครึ่งชีวิต แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับยังคงเคลือบแคลงสงสัยอยู่ด้วยเพราะเพิ่งทำความรู้จักกับโลกได้เพียงไม่กี่ขวบปี

“แล้วแม่ล่ะ ต้องตายหรือป่าว”

เจ้าหนูน้อยเอียงคอกระพริบตา ขยับปากเล็กจิ้มลิ้มขึ้นลง

พ่อพยักหน้าแทนคำตอบ

“แล้วน้องล่ะ” ลูกชายยังคงถามต่อไป

พ่อพยักหน้าเป็นครั้งที่สองและรู้ดีว่า คงต้องพยักหน้าอีกหลายครั้งหากไม่รีบตัดบท ด้วยการพาเจ้าหนูน้อยเข้านอนพลาง คิดในใจ เพียงสิ้นแสงดาวคืนนี้เจ้าหนูก็คงจะลืมเรื่องนี้ไปเองต่พ่อจะรู้ไหมหนอว่า พ่อคิดผิดไปถนัดใจ!!!


2. .....

เพราะในรุ่งเช้าของอีกวันซึ่งเป็นวันหยุด ในยามที่พระอาทิตย์ผลุบๆโผล่ๆอยู่เหนือสุ่มดอกมะลิ หลังบ้านไม้ พ่อกำลังฮัมเพลง อย่างเพลินอารมณ์ภายในห้องรับแขก เสียงร้องทักของลูกชายก็ดังขึ้น น้ำเสียงฟังดูคล้ายร่ำไห้ไม่ปาน

“ พ่อฮับ ”

พ่อรีบหันขวับไปตามเสียง เพื่อพบกับใบหน้าเศร้าหม่นของลูกชาย ตาโตดำขลับเป็นประกายด้วยหยาดน้ำตาใน มือข้างหนึ่งจูงมือน้องสาวน้อยที่มี สีหน้าหดหู่ไม่แพ้กัน พ่ออรีบรวบตัวก้อนสายเลือดทั้งสองเอาไว้บนตักเมื่อทั้งสองเดินเข้ามาใกล้

ลูกชายเอ่ยปากบอกกับพ่อด้วยสุ้มเสียงจริงจังเกินตัว

“พ่อฮับ คือเออ..เออ..”

“พูดมาเถอะลูกมีอะไร ”

ลูกชายอ่ำอึ้งเหมือนกำลังจะพูดเรื่องราวสำคัญมากที่สุดในชีวิต จนพ่อเร่งเร้า

“คือเออ …..เออ….. หนูกับน้องตกลงกันว่า เราไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ฮับ..พ่อ ” หน้ากลมใสของลูกสาวพยักหงึกหงักยืนยันตามคำพูดพี่ชาย
ในตอนนี้ เครื่องหมายคำถามปรากฎขึ้นในดวงตาของพ่อบ้างแล้ว
 
“ทำไมหนูถึงไม่อยากโตละลูก หนบอกพ่อมาสิ ”

สิ้นเสียงพ่อ ลูกชายปล่อยโฮออกมาพาลูกสาวตัวกลมร้องไห้จ้าตามไปด้วย เสียงร้องระงมดังก้องหูพ่อแต่ไพล่ไปเจ็บที่หัวใจแทน
น้ำเสียงปนสะอื้นของเจ้าตัวน้อย บอกว่า

“ ก้อ… พ่อบอกเมื่อคืนนี้ไงฮับว่า เมื่อหนูโต ขึ้นเป็นผู้ใหญ่พ่อก็ต้องตายใช่ไหมถ้าอย่างนั้น หนูกับน้องไม่โตเป็นผู้ใหญ่ดีกว่า
พ่อก็จะได้ไม่ต้องตายจากหนูกับน้องไป และทุกคนที่หนูรักก็จะไม่ตายจากหนูด้วย ”

ลูกชายพูดพลางเขย่ามือพ่อเร่งรบเร้าให้รับปาก พ่อโอบกอดลูกทั้งสองเอาไว้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม นึกได้ถึงคำพูดของตัวเองเมื่อคืน
รู้สึกคล้ายเหมือนมีลูกอะไรบางอย่างวิ่งขึ้นมาจุกคาอยู่ที่คอหอย รีบฝืนโกหกลูกไป

“พ่อไม่ตายหรอกลูก อย่าร้องไห้เลยนะ พ่อเคยสอนไว้ไง ว่าลูกผู้ชายเค้าไม่ร้องไห้กัน ”

พูดพลางเอื้อมมือไปจับแก้มลูกทั้งสองปลอบใจ ก่อนจะ รีบเบือนหน้าไปอีกทาง ด้วยกังวลว่า เม็ดน้ำตาอุ่นๆจะ ร่วงใส่ ตัวลูกรักทั้งสอง
น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจในความรักอันแสนเดียงสาของลูกน้อยทั้งสอง

ผู้ไม่ยอมเติบโตไปตามกาลเวลา เพราะหวาดกลัว ความตายจะมาพรากพ่อให้จากพวกเขาไป แต่ อนิจจา….!!!!



3......  

20 ปีล่วงไป รุ่งเช้าของวันเสาร์ :

ดวงตะวันลอยอยู่เหนือซุ้มดอกมะลิที่เพิ่งปลูกขึ้นทดแทนซุ้มเก่าหลังบ้านไม้หลังเดิม ที่ตายจากไปนานแล้ว  ฝนเมื่อคืนชำระล้างผืนดินให้เอี่ยมกว่าเดิมจน กลิ่นไอดินหลังฝนหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วสวนดอกไม้และล้นทะลักเข้ามาจนถึงในบ้านน้อย คราใดที่ลมเย็นของรุ่งอรุณพัดผ่านมา ร่างผ่ายผอมของพ่อผู้ชราที่นั่งอยู่ บนเก้าอี้ไม้โยกคร่ำคราหน้าระเบียงบ้านสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้น…ดวงตาฝ้าฟางก็ไม่เคยหนีหายไปจากประตูรั้วบ้านเลยแม้สักวินาที ด้วยกังวลว่าจะพลาดจากร่างของลูกชายและลูกสาวที่อาจจะมาเยี่ยมเยือน

เพราะนับจากที่ทั้งสอง เรียนจบ และ ออกเรือนไปเมื่อหลายปีก่อน นานๆครั้งทั้งสองจึงจะมาหาเขาเสียครั้งหนึ่ง ครั้งสุดท้ายก็เห็นจะเป็นเมื่อ 2 ปีก่อน พวกเขาไม่มีแม้แต่จะส่งเสียงมาตามสายโทรศัพท์ !!!!น้ำตาของพ่อแทบจะร่วงเสียให้ได้ เมื่อคิดถึง

พ่อเพ้อคร่ำครวญแผ่วเบากับตัวเอง

“อะไรหนอ ที่ทำให้พวกเจ้าลืมเลือนพ่อผู้แก่ชราคนนี้ พ่อที่เจ้าทั้งสองเคยบอกเอาไว้ว่าจะไม่ยอมเติบโตไปตามกาลเวลา เพราะไม่ต้องการให้พ่อต้องลับลาจากโลกนี้ไป” !!!!

“ เจ้าทั้งสองจะรู้ไหมว่า บางครั้ง การรอคอย มันแสนทุกข์ทรมานและน่ากลัวอย่างสาหัสยิ่งเสียกว่าความตายเสียอีกนะลูกเอ๋ย ” น้ำตาของพ่อที่คลออยู่ที่ดวงตาเมื่อสักครู่ มาบัดนี้ได้เอ่อล้นและไหลร่วงไปตามริ้วแก้มหี่ยวย่น แต่ถึงอย่างไร…สายตาฝ้าฟางยังคงจับจ้องไปที่ประตูหน้าบ้านต่อไปและต่อไปไม่ละวางไปแม้แต่สักวินาทีเดียว …เหมือนดังร้อยวันพันคืนที่ผ่านมา

เงาเลือนรางบางอย่างวูบไหวอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้านพาให้ร่างของพ่อผู้ชราถลึงพรวดขึ้นจากเก้าอี้ม้าโยก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งดังเดิม เมื่อปรากฏว่า มันเป็นเพียงหมาจรจัดแวะมาขุดคุ้ยหาอาหารแล้วจึงจากไป!!!
 

 

กลับไปที่ หน้าแรก section นี้

 

setstats 1 1 1