โทษทีว่ะ รถติดเลยช้าไปหน่อย พี่ตุลย์มาส่ง แล้วนี่ทำอะไรอยู่
เธอเหลือบมองหน้าเขานิดเดียว อยากจะย้อนเหลือเกินนักว่า ไม่มีตาหรือไง
แต่ไม่มั่นใจในสวัสดิภาพว่าถ้าหากพูดออกไปแล้วจะรอดพ้นจากการหงายหลังตกเก้าอี้หรือเปล่าเพราะถ้าเธอปากไว
เท้าเขาก็ไวพอกัน ใช่เรื่อง
จะเสี่ยงกับรองเท้าเบอร์แปด
อ่านหนังสือ ฆ่าเวลา เธอวางหนังสือเล่มหนาในมือลงและเตรียมเก็บข้าวของ
แล้ว
ตายไหม เขายื่นหน้ามากระซิบ ยังไม่ทันไรมะเหงกก็โป้กลงให้ คนตัวสูงหลบทันพลางยักคิ้วแลบลิ้นเยาะเย้ย
พลาด..
พี่ตุลย์ไม่ไปทำงานเหรอถึงได้มีเวลามาส่ง อัลยาถามขึ้น
แน่ะ ถามถึงพี่เราด้วย ประหลาด ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นถาม สนใจเหรอ
ติดต่อให้เอาไหมแต่คิดค่าพ่อสื่อแพงนา สำหรับนายดูโหวเฮ้งแล้วท่าทางจะลำบากว่ะ
พี่เราไม่ชอบหมู ว่าแล้วก็รีบวิ่งหนีทันทีเพราะรู้ว่าต้องโดนหนังสือเล่มหนาในมือของอัลยาฟาดหัวเอาเป็นแน่แท้
ทั้งสองทั้งวิ่งทั้งเดิน เล่นกันมาตลอดทางจนถึงหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยซึ่งกำลังมีนิทรรศการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาปีสุดท้ายและ
การแสดงผลงานของนักศึกษาคณะจิตรกรรมทุกชั้นปี อัลยาเดินดูงานไปเรื่อยๆ
อย่างไม่ใส่ใจนัก เธอไม่มีความรู้สึกพิเศษกับศิลปะ อัลยากับธนูอยู่ชมรมถ่ายภาพและที่มางานในวันนี้ก็เพราะเจ้าเพื่อนตัวดีทั้งอ้อนวอน
งอนง้อและขอร้องให้มาเป็นเพื่อน ธนูต้องถ่ายภาพนิทรรศการทำรายงานส่งอาจารย์
ขณะเพื่อนหนุ่มร่างโย่งกำลังตั้งอกตั้งใจกับงาน อัลยาก็แยกตัวออกมาเดินดูงานคนเดียว
ยังเช้าอยู่ และคนก็ยังไม่มาก มีรุ่นพี่สต๊าฟจัดงานอยู่ไม่กี่คนเพราะวันนี้ไม่ใช่วันแรกที่มีนิทรรศการ
อัลยาเดินดูภาพมาเรื่อยๆ จนถึงภาพๆ หนึ่งซึ่งไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก
แต่เธอก็หยุดดู บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้ เธอชอบใจในชื่อภาพ เป็นภาพสีน้ำที่อัลยาไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก
หากเธอก็ยืนมองอยู่นาน หาความหมายของชื่อภาพ แล้วเธอก็จนปัญญา แต่ก็อดนึกไม่ได้
คนเขียนหมายความอย่างไรในภาพนี้
แล้วสายตาก็ไล่เรื่อยลงมาที่ชื่อคนเขียนรูป นั่นยิ่งทำให้อัลยาขมวดคิ้วสงสัยยิ่งขึ้นไปอีก
ชื่อคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก เคยได้ยินที่ไหน พอดีเจ้าเพื่อนตัวแสบหิ้วกล้องเดินตัวเอียงมาหา
เป็นไง ซาบซึ้งล่ะสิ แสดงว่านายเริ่มเข้าถึงศิลปะ รูปที่นายกำลังจ้องเอาเป็นเอาตายเนี่ยรู้ไหมทำไมชื่อ
บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้ แค่รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวเกี่ยวก้อนเมฆ
เพราะคนวาดเขาวาดรูปนี้ตอนเขาอกหักพอดีนะสิ เธอเหมือนดาราบนฟ้าไกล เพียงคิดหมายก็พ่ายแพ้
ดาวบนฟ้าหรือจะมาแล เรามันแค่คนเดินดินธรรมดา โอ้โห ธนู แต่งกลอนเก่งแฮะเรา
อย่างนี้น่าส่งเข้าประกวดมั่ง อัลยาได้แต่ค้อนอย่างหมั่นไส้ หาใครหลงตัวเองเหมือนหมอนี่ไม่มีอีกแล้วในโลก
ไปกินข้าวเหอะ หิว ชายหนุ่มโอดครวญ
ทั้งปี กินตั้งแต่เล็กจนโตไม่เบื่อมั่งหรือไง แล้วทั้งคู่ก็ได้ม้านั่งที่โรงอาหารเป็นที่พักอริยาบท
ซึ่งถูกอกถูกใจธนูเหลือเกิน เพราะสาวๆ อักษรฯ สวยๆ ทั้งนั้น
ถามจริงว่ะหยา สาวๆ อักษรฯ สวยๆ ทั้งนั้นเลย นายแน่ใจเหรอว่านายเรียนคณะนี้
เขาแหย่
ทำไมยะ ไม่สวยแล้วเรียนไม่ได้หรือไง ทีตัวเองหน้ายังกะโจรเรียนวิศวะ
เห็นคณะนายเป็นนายแบบเป็นดาราตั้งหลายคนไม่ใช่เหรอ ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ
ปล่อยให้คนหาเรื่องย่นจมูกแลบลิ้นให้ก่อนหันไปใส่ใจเรื่องของตนบ้าง
สองคนเป็นเพื่อนต่างคณะแต่สนิทสนมเพราะตอนรับน้องใหม่ทั้งคู่ถูกรุ่นพี่จับคู่ให้เต้นระบำฮาวายและอีกมากมายกิจกรรม
กระทั่งเข้าชมรมเดียวกันจึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากยิ่งขึ้น
นู นายรู้จักคนวาดรูปนั้นเหรอ อยู่ๆ อัลยาก็ถามขึ้น เขาแกล้งทำเป็นหูทวนลม
ธนู เขายังเฉย
ไอ้นู คราวนี้หนังสือเล่มหนาฟาดเผียะเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง
โอ๊ย โว้ย จะฆ่ากันหรือไงเล่า ไม่เห็นเหรอเนี่ย ไม่ว่าง
อ่านการ์ตูนเนี่ยนะ โตจนปีสองแล้วยังอ่านโคทาโร่อยู่ได้ไม่อายเด็ก ม.3
ตะกี้เราถามว่านายรู้จัก..คนเขียนรูปนั้นเหรอ
นั่นไง แฟนเก่าเขา ธนูบุ้ยปากไปที่สาวสวยรุ่นพี่ที่กำลังนั่งจี๋จ๋าอยู่กับชายหนุ่มหน้าตาดี
นั่นพี่อังนี่ แล้วคนที่นั่งอยู่ด้วยนั่นก็พี่ประธานชมรมการละคร
ก็ใช่สิ ไฮโซทั้งคู่ น่าอิจฉามั้ย
จะไปอิจฉาเขาทำไม แล้วเขาเกี่ยวอะไรกับคนเขียนรูปล่ะ อัลยาไม่ได้ใส่ใจเรื่องของพี่อังหรอก
ใครจะรักจะชอบกับใครเธอไม่เคยสนใจ ที่เธอสนใจตอนนี้คือคนเขียนรูป บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้
นั่นต่างหาก เพราะชื่อๆ นั้นอัลยาเหมือนเคยคุ้น เหมือนจะคุ้น แต่เคยคุ้นจากไหน
โอ๊ย เขาออกจะดัง ชื่อเสียงคับมหาลัย วันดีคืนดีก็โผล่ไปดังในงานศิลปะระดับประเทศ
เห็นว่าอาจารย์กำลังจะส่งผลงานไปประกวดจิตรกรรมนานาชาติที่โตเกียวด้วย
แต่ดูเหมือนเขาจะเจียมเนื้อเจียมตัวยังไงไม่รู้ คงกลัวดัง เลยเก็บตัวมิดชิดไม่ค่อยมีข่าว
นายรู้จักเขาเหรอ?
เปล่า ได้ยินมาอีกที ก็แหม ตอนเลิกกับพี่อังนั่นดังยิ่งกว่าตอนประกวดภาพวาดได้ที่หนึ่งซะอีก
ธนูพูดอย่างคล่องแคล่วเหมือนรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี แต่เห็นต้องเชื่อเพราะตำแหน่งรองหัวหน้าประชาสัมพันธ์ยืนยันได้ว่าหมอนี่เหยี่ยวข่าวตัวจริง
ชายหนุ่มร่างสูง หล่อ สมาร์ท หน้าตาคล้ายคนที่นั่งตรงข้ามกับอัลยาตอนนี้
หากที่แตกต่างคือมาด และความสุขุม นายนูเทียบพี่ชายไม่ได้สักอย่างเดียว
สวัสดีค่ะพี่ตุลย์ มารับนูเหรอคะ ตุลย์นั่งตรงข้ามน้องชายที่กำลังอ่านการ์ตูนเพลิน
พี่มาซื้อหนังสือ แล้วก็แวะดูงานที่หอประชุมเลยมารับนูด้วยเลย หยากลับพร้อมกันนะ
พี่ไปส่ง ตุลย์พูดแล้วส่งยิ้มหวานให้ ธนูเหลือบมองเพื่อนสาว ย่นจมูกอย่างหมั่นไส้
นึกในใจ ทีกับหนุ่มๆ ล่ะยิ้มไม่หุบ ทีกับเพื่อนล่ะอ้าปากเป็นด่า
ไปนะ ไม่ต้องจ่ายค่ารถเมล์ ประหยัดออก ได้นั่งรถเก๋ง สบายก้น ธนูยักคิ้วล้อเลียน
นี่ถ้าพี่ตุลย์ไม่อยู่ตรงนั้นเขาก็จะหันบั้นท้ายมาแล้วก็เอามือท้าวเอวส่ายก้นไปมาให้อยากกระโดดถีบสักทีสองที
อัลยานึกหมั่นไส้อยู่ครามครัน ชาติที่แล้วหมอนี่คงเป็นลิง
.
อัลยาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพาตัวเองเข้ามาในหอประชุมอีกครั้ง บางที
อาจเพราะรูปนั้น
ภาพสีน้ำ บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้ ยังติดอยู่ตรงที่เดิม มีภาพเขียนหลายภาพที่มีป้าย
จองแล้ว ติดอยู่ นั่นหมายถึงหลังจากงานเสร็จสิ้นภาพเหล่านี้ก็จะถูกเปลี่ยนเจ้าของไป
อัลยายืนมองภาพเขียนได้สักพักก็มีเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นใกล้ๆ
สนใจภาพนี้เหรอฮะ อัลยาหันมามองคนพูด
เหมือนเคยเห็นหน้าเลย อัลยาพึมพำในลำคอเบาๆ เพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้าเขามาก่อน
เขายิ้ม
ไม่เข้าใจทำไมภาพชื่อนี้ เธอถามชายหนุ่มผมยาวรวบมัดเรียบร้อย แต่งตัวในชุดนักศึกษา
สุภาพ
บางครั้งความพยายามของเราก็หมดลงได้ เมื่อไม่มีความหวัง อัลยาไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ได้มานั้น
ตรงคำถามหรือเปล่าเพราะเธอสับสนกว่าเดิม หรือเธอจะโง่เองก็ไม่รู้ อัลยายิ้มแหยๆ
และตั้งท่าจะผละไป
เดี๋ยวสิหยา คุยกันก่อน อัลยาเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว นั่นหมายความว่างง
เรา เธอชี้มือเข้าหาตัวเอง ในตอนนั้นเริ่มมีสายตาหลายคู่มองมา เขาฉุดมืออัลยาออกด้านหลังหอประชุมซึ่งทะลุสวนออกสวนหย่อมของมหาวิทยาลัยพอดี
เมื่อวานเห็นหยามากับเพื่อนเลยไม่กล้าทัก ขณะพูดก็ล้วงกระเป๋าเงินหยิบรูปใบเล็กๆ
ออกมาให้เธอดู เป็นรูปสีจางๆ ของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงยืนกอดคอกันยิ้มแต้
เจษฎา อัลยาเสียงดังเพราะตื่นเต้นที่ได้พบเพื่อนเก่า แล้วเรื่องราวเก่าๆ
ก็ถูกรื้นฟื้นขึ้นมาพูดคุย และที่แน่ๆ เขาคือคนที่เขียนรูปรูปนั้น
ได้เรียนกับหยาสามปีมั้ง พ่อก็ย้าย แล้วก็ย้ายเรื่อยๆ เป็นยิปซี จนเอ็นท์ติดเนี่ยแหละเลยไม่ต้องตามพ่ออีก
เขาเล่าร่าเริง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
ดูเหมือนรูปนี้จะถ่ายตอน ป. 4 ก่อนเราย้าย ดูสิหยาตัวอ้วนกลมบ๊อกเลย
ตลกดี เรื่องราวเมื่อวัยเด็กถูกขุดคุ้ย รื้อฟื้นจากความทรงจำ เพราะต่างก็ไม่นึกว่าจะได้พบกันอีก
จนนานแล้วเจษฎาก็ต้องเข้าไปดูแลงานในหอประชุมต่อ
ดีใจนะที่ได้เจอ แล้วเราจะไปหาที่คณะนะ เขาให้สัญญา ธนูเข้ามาตอนไหนไม่ทันสังเกต
ตาลอยเชียว ฝันกลางวันหรือไง โน่น ศิลปินผมยาวเขาเข้าไปในหอประชุมตั้งนานแล้ว
นายเห็นด้วยเหรอ อัลยาแปลกใจ เพราะคราวนี้ธนูไม่มาทำให้วงแตก หลายครั้งที่อัลยาคุยกับใครที่เป็นผู้ชาย
ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นรุ่นพี่ที่คณะ หรือเป็นเพื่อนก็ตามเจ้าเพื่อนตัวแสบไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน
จะเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ทำให้วงสนทนาแตกกระเจิงไปเสมอ
แน่นอน แต่ไม่อยากเป็น กขคงจฉช ก็เลยไม่เข้ามาทักทายทั้งๆ ที่อยากได้ลายเซนต์ศิลปินใจจะขาด
นายนี่ มันน่าเตะจริงๆ ไม่พูดเปล่ายังเงื้อง่าบาทาขึ้นมาทำให้ธนูหลบวูบ..
ความไวยังใช้ได้
หวัดดีหยา ชายหนุ่มผมยาวเพื่อนเก่าทักทาย ขณะที่อัลยากำลังก้มหน้าก้มตากับการเขียนรายงาน
เจษฎานั่งลงตรงข้ามวางกรอบรูปที่ห่อเรียบร้อยให้กับเธอ
เราให้หยา
บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้ แต่ถ้ามีความหวังก็อาจจะมีความพยายาม
นั่นนำมาซึ่งชัยชนะ ไปละนะ เดี๋ยววันหน้าจะมาใหม่ ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลุกปุบปับไปทันที
อัลยาได้แต่นั่งอ้าปากค้าง แล้วคุกกี้ชิ้นโตก็ถูกยัดเข้าปากด้วยฝีมือของเพื่อนตัวแสบที่ยืนยิ้มกว้างยื่นแก้วน้ำมาให้ตรงหน้า
ไอ้ลิง อัลยาอดปากไว้ไม่ได้
ได้หนึ่งแชะ ตอนลิงสาวอมข้าวพองแก้มป่อง แล้วก็ชูกล้องถ่ายรูปที่อัลยาไม่ทันได้สังเกตว่าเขาถ่ายไว้ตอนไหน
เอาม๊า
เธอยื้อแย่งจะเอากล้องขณะที่เพื่อนตัวสูงโย่งชูกล้องขึ้นสูง
คนตัวเตี้ยกว่าพยายามกระโดดจนล้มคว่ำไปทั้งคู่
โอ๊ย หมูล้มทับ เขาแกล้งเสียงดังขณะลุกวิ่งหนี เธอวิ่งตามจนหอบแต่ก็สู้เจ้าขายาวไม่ได้เลยงอนตุ๊บป่องกลับมานั่งพักเหนื่อย
เจ้าเพื่อนตัวดีเข้าใจว่าเธอโกรธเลยแกล้งเย้าแหย่
โอ๋ แต่ช้าแต่ยายแก่ตกบันได อัลยาร้องไห้สงสารยายแก่ แล้วก็ได้มะเหงกมาหนึ่งโป้ก
คราวนี้ไม่พลาดแฮะ..
นั่นอะไร แกะนะ ไม่พูดเปล่าคว้าเอากรอบรูปไปแกะกระดาษห่อออก
โอ้โฮ บางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้ ไอ้หยารูปนี้ หมื่นสองนะแก.. ชักยังไงๆ
แล้วว่ะ หรือว่าหมอนั่นพิศวาสนายขึ้นมา ถึงว่าพักนี้เห็นป้วนเปี้ยนแถวนี้บ่อยๆ
สุภาพหน่อยย่ะ เจษน่ะเขาเป็นเพื่อนเก่าเรา เพื่อนสมัยเด็กๆ ไม่ได้พบกันสิบกว่าปี
เพิ่งมาเจอกัน ทำไม นายมีปัญหาเหรอ
เปล๊า ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าแม่ล่ะ ว่าแล้วก็ยักไหล่เดินหนีไปเสียเฉยๆ
ปล่อยให้อัลยานั่งงง อะไรของมัน บทจะมาก็เหมือนนินจา บทจะไปก็ไม่บอกไม่กล่าว
ธนูเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเตะก้อนหินเล็กๆ ไปตามทางเท้า ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงไม่พอใจที่เห็นเจษฎามาหาอัลยาบ่อยๆ
เขากลับบ้านอย่างเซ็งๆ พี่ชายกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่จึงนั่งลงข้างๆ
ถอนหายใจอย่างเบื่อๆ
เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนอมโลกไว้ทั้งใบ
โหยพี่แค่แบกก็หนักจะแย่อยู่แล้วขืนอมไว้ก็แก้มป่องตาเหลือกหมดหล่อเลย
หน้าตาบ่งบอกว่าซีเรียส แต่ปากยังจัด ไม่เปลี่ยนแปลง พี่ชายส่ายหน้ากับอาการของน้องชายคนเดียว
ทะเลาะกับอัลยาหรือยังไง
ก็ทะเลาะกันทุกวันแหละพี่ วันไหนไม่ได้ทะเลาะกันจะกินข้าวไม่ได้ ถ่ายไม่สะดวก
ผมขึ้นข้างบนล่ะ ถ้ามีโทรศัพท์พี่โอนไปเลยนะ พี่ชายมองตามร่างสูงไปจนลับตา
ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร มาดลจิต มาดลใจ เสน่หา
รักนี้จริงจากใจหรือเปล่า หรือเย้าเราให้เฝ้าร่ำหา
.
ธนูกดรีโมทปิดเครื่องเสียง เพลงจากวิทยุที่ได้ยิน-แสลงใจ บ่อยครั้งที่ธนูเห็นอัลยาไปไหนมาไหนกับเจษฎาสองคนและพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
เขาไม่พอใจ บางครั้งที่ตั้งใจจะไปหาอัลยาแต่พอเห็นเจษฎาแล้วเขาก็หันหลังกลับทันที
หลายครั้งที่เห็นอัลยาคุยกับคนอื่นไม่ว่าคนนั้นจะแค่เพื่อน หรือรุ่นพี่เขาก็จะเข้าไปทำให้วงแตกทุกครั้ง
แต่คราวนี้
. เขาเพียงยืนมองห่างๆ และหันหลังกลับ
พี่ชายมารับ ธนูแปลกใจเพราะพักหลังพี่ตุลย์มาที่มหาวิทยาลัยเขาบ่อยๆ
พี่มารับ ตุลย์ยิ้มให้น้องชาย
รับผม ธนูชี้มือเข้าหาตัวเองก่อนเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่คนขับ ตุลย์ขับรถผ่านตรงที่อัลยากับเจษฎานั่งอยู่
เขาเห็นน้องชายมองตามสองคนนั้นจนเหลียวหลัง
พี่รู้แล้วล่ะว่าทำไมนายถึงมีอาการเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ พี่ชายหัวเราะหึๆ
มีเลศนัย ธนูได้แต่เงียบไม่มีอารมณ์จะเถียง
ไอ้หยามันมีเพื่อนใหม่ไปแล้ว ไม่ใช่สิ เพื่อนเก่าต่างหาก ผมมันก็แค่เพื่อนใหม่ไม่มีอะไรดี
ไม่เหมือนหมอนั่น ศิลปินหมายเลขหนึ่งของมหาลัย
เฮ้ย อย่าบอกนะว่านายหึงยายหยา น้องเราเป็นเอาหนัก นายลองไปนั่งคิดนอนคิดตีลังกาคิดสักสิบตลบนะว่าความรู้สึกของนายที่มีต่ออัลยาน่ะ
แค่เพื่อนเท่านั้นแน่หรือ ธนูได้แต่เงียบ ยายหน้าตลกนั่น
เขารักไม่ลงหรอก
คำพูดของพี่ชายทำให้เขาคิดหนัก เขารักยายหยาเหรอ ไม่หรอกน่า
ยายนั่นหาความสวยไม่เจอเลย
เอาใจก็ไม่เป็น พูดหวานๆ ก็ไม่เคย ธนูนอนก่ายหน้าผากเอาเท้าพิงข้างฝา
ครุ่นคิด เนิ่นนานแล้วสรุปให้ตัวเองง่ายๆ ว่า ช่างเหอะ เรื่องของมัน
แต่ทำไม
ต้องมานั่งน้อยอกน้อยใจด้วยว้า
.
ตอนเช้า พี่ตุลย์ไปส่งที่มหาวิทยาลัย แล้วเขาก็ถือโอกาสถามถึงเรื่องที่คาใจ
พี่ตุลย์ ที่ทำงานพี่ คนละทางกับมหาลัยผมนะ พักหลังนี่พี่ชอบไปส่งผมจัง
มีอะไรไม่ชอบมาพากลแฮะ เขามองพี่ชายด้วยหางตาอย่างไม่ไว้วางใจ พี่ชายหน้าแดง
หูแดง ยังกะคนมีความรักแน่ะ
คิดมาก ตุลย์พูดเท่านั้นไม่ขยายความเขาเองก็ไม่อยากซัก บางทีเรื่องส่วนตัวก็ควรเป็นเรื่องส่วนตัว
จะไปหาหยาเลยหรือเปล่าพี่จะได้เข้าไปส่ง
ไม่ต้องฮะ ผมมีเรียนสายๆ จะแวะไป แต่บางที
ไม่ดีกว่า จอดตรงนี้แหละพี่
ขอบคุณฮะ ไม่พูดเปล่ายังดึงพี่ชายมาหอมแก้มฟ่อดใหญ่ ก่อนวิ่งตื๋อหายเข้าตึกเรียนไป
พี่ชายได้แต่ส่ายหน้ากับน้องชายจอมกวน
ขณะที่ธนูนั่งเลือกภาพทำรายงานส่งอาจารย์ อัลยาก็วางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างแรงจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยง
หายหัวไปเลยนะ จะแวะไปหามั่งก็ไม่ได้ อัลยาบ่น
ก็คนกำลังอินเลิฟ ใครจะไปเป็นก้างล่ะ นายขายออกเราก็หมดห่วงแล้ว
เราเนี่ยนะอินเลิฟ ไอ้บ้า ถ้าหมายถึงเจษฎาล่ะก็เลิกคิดไปเลยนะ นายรู้จักไหมคำว่าเพื่อนน่ะหมายความว่ายังไง
มิน่า ไม่เห็นหน้าเป็นอาทิตย์นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็คิดอกุศล
ก็เห็นจี๋จ๋ากันเหลือเกินนี่ ใครจะคิดว่าแค่เพื่อนล่ะ เขาพูดอย่างน้อยใจ
ไอ้ลิงนูเอ๊ย.. หึงกระทั่งเพื่อน เจษน่ะเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะเขามีแต่เรียนและงาน
เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็คุยกันถูกคอเป็นธรรมดา
งั้นก็หมายความว่า ยังขายไม่ออกสิ ดีใจจังจะได้กลับมาหาเรา
อะไรนะ
ก็.. เราไม่มีคู่แข่งแล้วน่ะสิ นี่ไงลิงสาวอมข้าวพอง ฮ่าๆ ในที่สุดเราก็ได้ภาพเด็ด
จะอัดขยายติดบอร์ดทั่วมหาลัย เลยคราวนี้
ไอ้นู เอาม๊า.. ว่าแล้วก็ไล่ล่าเจ้าขายาวเพื่อแย่งชิงรูปถ่าย สุดท้ายก็มานั่งหอบแฮ่กทั้งคู่
ในที่สุดพระเอกก็ชนะผู้ร้าย
อะไรของนาย บ้าการ์ตูนไม่เลิกรา อัลยาไม่รู้หรอกว่าเขาหมายถึงอะไร
และเขาคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เขารู้ดีเลยว่า รู้สึก ยังไงกับยายหน้าตลกนี่
หลังจากที่ตีลังกาคิดครบสิบรอบพอดี ยังหรอก เขายังไม่อยากให้มิตรภาพความเป็นเพื่อนที่ดีต้องเปลี่ยนแปลง
แต่สักวันหนึ่งข้างหน้าเขาจะบอกเธอว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร รอนะ.. ยายหน้าตลก
อย่าเพิ่งเผลอให้ใจใครไปก่อนล่ะ
/
พิพม์ครั้งแรก
: วัยน่ารัก 17 ; 257