เจ้าของร่างบางนั่งกอดเข้าเกยคางไว้กับเข่าข้างหนึ่ง ดวงตาเหม่อลอย
ความเหงาเข้าครอบคลุมทุกอณูใจ
แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายในเมืองหลวงหรือท่ามกลางความว่างเปล่าบนภูสูงแห่งนี้
ความเหงายังเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ ไม่เคยเลยแม้สักครั้งที่ความเหงาจะห่างไกล
แม้บางทีมีเพื่อนพ้องข้างกายหรือใครสักคนในใจ
ความเหงาก็เพียงไปเที่ยวเล่นที่อื่น
พักเดียวเท่านั้นเมื่อทุกคนจากไปบนหนทางของตัวเองความเหงาก็จะเข้ามาแทนที่ทันทีเหมือนในเวลานี้
เสียงดังเหมือนใครแหวกกอหญ้าดังเข้ามาใกล้
หญิงสาวเพียงชำเลืองมองด้วยหางตาแล้วเอาสองมืออังไฟเรียกความอบอุ่น
คนที่แหวกป่าหญ้าคาออกมานั่งลงตรงขอนไม้ตรงข้ามกับเธอ
พลางถูมือไปมาแล้วเอามืออังไฟ หักกิ่งไม้โยนเข้าไปในกองไฟ
ไม่ไหว คืนนี้หนาวจริงๆ
เขาเปรยขึ้นโดยไม่หันมองหน้าเธอสักนิดแต่กลับล้วงลงไปในย่ามหยิบสิ่งหนึ่งโยนเข้าไปในกองไฟ
มันเป็นนกตัวขนาดย่อมที่ตายแล้วและขนปีกที่กำลังไหม้ไฟกลิ่นฉุนจนหญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีควัน
ขอโทษที กลิ่นมันแรงไปนิด หลบไปอยู่เหนือลมสิจะได้ไม่เหม็น
เขาออกคำสั่งฉอดๆ จนเธอต้องหลบออกมาให้ห่างแต่โดยดี
นึกยังไงปีนภูคนเดียว เขาถามขึ้นลอยๆ จนเธอไม่รู้ว่าเขาพูดเฉยๆ หรือถามเธอ
หญิงสาวชี้มือเข้าหาตัวเองแล้วเลิกคิ้ว สงสัย
ก็เรานั่นแหละ เขาพูดขึ้นอีก
ทำไมรู้ เธอเพิ่งพูดเป็นประโยคแรก
เห็น
เขาตอบสั้นแล้วเขี่ยนกเผาไฟที่เหลือแต่ตัวกระดำกระด่างไร้แม้ขนเพียงสักเส้น
พลางจัดแจงย่างนกตัวนั้น ไม่นานกลิ่นหอมฉุยของนกย่างก็โชยมาเข้าจมูก
ฆ่าสัตว์บนป่าสงวน ผิดกฎหมาย
ไม่มีหลักฐาน เจ้าตัวนี้มันเซ่อ บินมาชนรังมดแดงเข้า จะรอดเหรอ
เธอทำตาโตราวกับเห็นอภินิหารอะไรสักอย่างเมื่อรู้ว่านกตัวนั้นถูกมดแดงกัดตาย
เขาแบ่งนกย่างมาให้แล้วล้วงขวดเหล้าในย่ามมานั่งจิบไปด้วย
เอาหน่อยไหม เธอส่ายหน้า
รังมดแดง รังเบ้อเร่อ ชนเข้าไปด๊าย เขายังกล่าวโทษนกตัวที่เขาเคี้ยวหยับๆ
อยู่ในปาก
นกมันคงตาไม่ค่อยดี อาจจะแก่แล้วเลยตาฝ้าฟาง หญิงสาวผสมโรง
เออนะ ท่าจะจริง แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปตั้งเต็นท์ไม่ห่างจากเธอนัก
นี่นาย ที่ออกกว้างทำไมเจาะจงตรงนี้ด้วย
อุ่นดี แล้วเขาก็ไม่ใส่ใจอะไรอีก
เฮ้ นั่งเฉยเลยมาช่วยกันหน่อยสิ เขาร้องสั่งเหมือนรู้จักกันมาแรมปีทั้งๆ
ที่เพิ่งนั่งก้นยังไม่ทันร้อน คุยกันหรือก็ยังไม่ทันถึงสิบคำด้วยซ้ำ
เออ รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง ไม่ใช่นั่งเหม่อถึงแฟนชาวบ้าน
คราวนี้เองที่เธอทำตาขวางและทิ้งสมอบกที่ถืออยู่ลงไปเฉยๆ
แล้วเดินไปนั่งผิงไฟเสีย พลางบ่นอุบ ตานี่ปากไม่มีหูรูดเอาเสียเลย
หลังจากที่เขากางเต็นท์เสร็จก็มานั่งแหมะลงตรงข้ามกับเธอ
ชื่ออะไร เขาถาม
ถามทำไม เธอย้อน
อ๊าว ถามชื่อเสียงเรียงนามเขาถามกันไปทำไมล่ะ เออ ประหลาดคน
เขายังมีหน้ามาว่าเธออีก
ทิม ทับทิม
โบราณ ร่ำๆ จะโยนท่อนฟืนใส่หน้าอยู่แล้ว ผู้ชายอะไรปากยังกับตะไกร
ดวงดาวเต็มผืนฟ้า นานๆ
ก้อนเมฆสีดำจะลอยปกคลุมเสียทีหนึ่งแล้วไม่นานนักก็ลอยห่างออกไป
ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นจัดลง
เสียงกีตาร์เงียบลงและแมลงกลางคืนแข่งขันกันส่งเสียง นานๆ
จะได้ยินเสียงนกเค้าโมงร้องแว่วมา
ไปนอนไป เขาออกคำสั่งหน้าตาเฉย และก็แปลกที่เธอเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย
เพียงล้มตัวลงนอนก็หลับสนิทเป็นตาย
อาจจะเพราะความอ่อนเพลียจากการเดินขึ้นภูเมื่อกลางวัน
ตื่นได้แล้ว นอนเอาบ้านเอาเมืองหรือไง
ว่าแล้วก็ใช้กิ่งไม้ฟาดลงเต็นท์ของเธอ
หญิงสาวงัวเงียออกมาจากเต็นท์ก็เห็นเขานั่งเสนอหน้าในชุดเตรียมพร้อมออกเดินทางอยู่หน้าเต็นท์
ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกัน ทิมดูนาฬิกาข้อมือ เพิ่งตีสี่
กว่าจะไปถึงก็หกโมงเช้าพอดี ไปเร็วล้างหน้าแปรงฟัน จะอาบน้ำเลยก็ได้นะ
ประโยคหลังนั่นดูเหมือนจะเป็นการประชดประชันเสียมากว่า อากาศปลายธันว์บนยอดภูสูง
ใครอาบน้ำได้ก็เก่งล่ะ
ไม่นานนักทั้งคู่ก็ออกเดินทางจากที่ทำการอุทยานไปยังจุดหมายคือผานกแอ่นเพื่อที่จะดูพระอาทิตย์ขึ้น
ชายหนุ่มเดินนำหน้าซึ่งจนเดี๋ยวนี้เธอก็ยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย
นี่ นี่รอด้วยสิจะรีบไปตอนหมูหรือยังไง เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินให้ทันเขา
อ๊ะ รู้ได้ยังไงว่าเราเป็นหมอสัตว์ แล้วเราก็ไม่ได้ชื่อนี่ นี่ เลิกเรียกนี่
นี่ได้แล้ว ได้ยินทีไรใจสั่น นึกว่าเจ้าหนี้ตามมาถึงบนนี้
ก็ไม่บอกชื่อ จะให้เรียกว่ายังไงล่ะ
ภูวา ชื่อภูวา
เรียกภูเฉยๆ ได้ไหม
จะเรียกพงษ์ศักดิ์ก็ไม่ว่า
ชื่อนายหรือ
เปล่า ชื่อพระบิดา ที่มหาลัยเขาเรียกกันอย่างนี้
สะดุ้งไหวสะเทือนอกดีนักแล
เอาบรรพบุรุษมาล้อเล่น ตกนรกไปสิบชาติ
จุดหมายเห็นอยู่ลิบๆ ฟ้าเริ่มแจ้ง
ถ้าหากมาช้ากว่านี้เพียงไม่กี่นาทีบางทีอาจไม่มีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ได้
สายหมอกลอยเอื่อยเหมือนขี้เกียจ ปกคลุมพื้นภูเหมือนเดินอยู่บนก้อนเมฆ
เกล็ดน้ำค้างจับตามเส้นผม หน้าชาเพราะความเย็น
เมื่อถึงผานกแอ่นทั้งคู่ถึงกับตะลึง
อุแม่เจ้า คนหรือนี่ แล้วมากันตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า เต็มพรืด
เขาอุทานเสียงดัง เสียงกดชัตเตอร์
แสงแฟลตดังแข่งกันเหมือนนางงามจักรวาลปรากฏโฉมเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนกายโผล่พ้นทิวไม้
ทิม ทางนี้
เขาดึงแขนเธอไปยังอีกมุมหนึ่งที่มองเห็นตะวันขึ้นชัดเจนโดยไม่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่นให้เสี่ยงตกภูตาย
เธอกดชัตเตอร์เอาบ้างขณะที่เขานั่งมองตะวันดวงกลมโตเคลื่อนกายช้าๆ
ไม่ถ่ายรูปหรือ ทิมถาม
กล้องตัวไหนจะเก็บภาพได้คมชัดเท่าสมองกับสองตา
ว่าแล้วก็ใช้นิ้วชี้เคาะที่ขมับขวาของตัวเอง
ไม่นานนักก็ออกเดินทางจากผานกแอ่น
ไปกินข้าวที่น้ำตกเพ็ญพบ เขาวางโครงการแล้วนำทางเธอ ทับทิมเองยังงง
นี่เธอกลายเป็นเพื่อนร่วมทางเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เอาเถอะไหนๆ ก็ไหนๆ
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเดินคนเดียวแหละน่า
ในตอนนี้เจ้าตัวความเหงาที่แสนจะซุกซนไม่รู้ว่าหลบลี้หนีหน้าหายไปไหน
บางทีอาจจะไปอยู่เป็นเพื่อนคนเดียวดายสักคนก็เป็นได้
ทิม เขาเรียกชื่อเธอ
มาคนเดียวไม่กลัวหรือ เขาถามไถ่ ชวนพูดคุย
เกิดหนเดียวก็ตายหนเดียว
คงเป็นคำตอบที่เพียงพอสำหรับเขาเพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่ปริปากถามอะไรอีกเลย
เราเดินถึงน้ำตกโผนพบ น้ำตกธารสวรรค์และถึงสระอโนดาดสระน้ำเล็กๆ
กลางภูเขามีฝูงปลาตัวเล็กว่ายวน
อะเฮ้ย นี่สูงจากระดับน้ำทะเลถึงพันสองร้อยแปดสิบแปดเมตร มีปลาได้ไงเนี่ย
ว่าแล้วก็ใช้ไม้ยาวฟาดลงบนพื้นผิวน้ำ ทับทิมถึงกับส่ายหน้า
นี่ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับฟาดให้ก้นลายคนอะไรซนอย่างกับลิงกลับชาติมาเกิด
จากสระอโนดาดเราย้อนไปทางสระแก้วและผ่านลานพระพุทธเมตตาก่อนถึงที่พักในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
พรุ่งนี้เราเลียบริมผากัน เขาวางโครงการ
มาบ่อยหรือ
ไม่บ่อย ปีละสองหนปลายฝนกับต้นหนาว เขาตอบเรื่อยๆ
เหมือนเป็นเรื่องปรกติเสียเต็มประดาที่หอบสังขารขึ้นมาบนยอดภูสูงในแต่ละครั้ง
เขาง่วนอยู่กับการก่อกองไฟและต้มน้ำด้วยหม้อสนามเพื่อชงกาแฟ
ทับทิมมองเหม่อยังกองไฟ ถอนหายใจแช่มช้า
คิดถึงแฟนล่ะสิ ผู้หญิงนี่ไม่มีอะไรเลยหรือไงนอกจากคิดถึงแฟน เขาพูดฉอดๆ
อยู่คนเดียวโดยไม่มองสักนิดว่าทับทิมกำลังร้องไห้
ทิม เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
ขอโทษนะ ทับทิมซุกหน้าลงกับเข่า เช็ดน้ำตากับหัวเข่า เออหนอ
น้ำตาเช็ดหัวเข่าที่โบราณว่าไว้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ความรักที่ไร้ขอบเขตและเหตุผลทำให้ทิมเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
ภู ทำไมผู้ชายถึงชอบผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกันได้
เขาไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือไงนะ
จะว่าเป็นคำถามหรือก็ไม่แน่ใจหรือจะเพียงเปรยขึ้นมาเฉยๆ
ก็เหมือนจะต้องการคำตอบ ภูวายื่นถ้วยกาแฟให้เธอแล้วซุนฟืนเข้าไปในกองไฟอีก
ชอบผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเขารักทุกคนนี่ อย่างเรา
เราก็ชอบผู้หญิงทีละหลายคนเหมือนกัน ผู้หญิงน่ารักน่าชอบออก
อย่างทิมเราก็ชอบ
เฮ้ย ทับทิมสะดุ้ง เขาพาลเธอแล้ว
ฟังให้จบก่อนดิ่ วู้ ใจร้อน เราชอบทิมเพราะทิมกล้าหาญชาญชัยกว่าหญิงอื่น
มาปีนภูคนเดียวโดยไม่ห่วงสวัสดิภาพของตัวเอง
และยังยอมเดินร่วมทางกับชายหนุ่มรูปงามที่ทิมไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อน
นี่ถ้าเป็นชายอื่นล่ะก็แม่ทับทิมเอ๋ย
เธออาจจะไม่รอดไอ้ตะเข้กลัดมันบนภูนี่ก็ได้ ทับทิมยังเงียบเฉย
เป็นน้องเป็นนุ่งพ่อจะจับมัดกับเสาบ้านไม่ให้ไปไหนสักสามวันเจ็ดวัน
พูดพอหรือยัง
ทับทิมเสียงดังจนเขาหุบปากสนิทไม่ปริปากพูดอะไรอีกเลยสักคำเดียว
ไม่โดดผานกแอ่นตายก็บุญแล้ว เธอบ่นอุบอิบในลำคอ
ต๊าย ยัยโง่ ลองแม่โดดสิพ่อจะได้แช่งไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเลยเทียว
กะอีแค่อกหักแล้วจะตายเนี่ยสุดจะโง่เลยแม่คุณ อยากตายแล้วแถขึ้นมาทำไมถึงบนภู
ยืนขวางถนนให้รถเหยียบตายมิง่ายกว่าเรอะ
แล้วท่อนฟืนก็ลอยปะทะกับหน้าผากอย่างแม่นยำ
ชายหนุ่มเอามือกุมหน้าผากเลือดไหลหยดตามง่ามมือ
ตายละ หัวแตก ทับทิมทำอะไรไม่ถูก
ผ้าสะอาดๆ ไปหามา เขาตวาด
ทับทิมตกใจรีบคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่ตากอยู่มาให้เขาปิดแผล
มียาในย่าม เขาชี้มือเข้าไปในเต็นท์นอนของตัวเอง ทับทิมกุลีกุจอหายา
จัดการทาให้เสร็จและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ยา
อย่างนี้หรือเปล่าคนรักของเราถึงได้มีคนอื่น ทับทิมเงียบ
นิสัยใจร้อนวู่วามของเธอเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้พิสาระอา
เขาอาจจะทนจนหมดความอดทนแล้วก็ได้
หรืออีกอย่างหนึ่งคือเขาไม่ได้รักเธอเลยแม้สักนิดเดียว
ทับทิมเป็นเพียงหนึ่งในผู้หญิงหลายคนที่พิสาบอกว่า เป็นคนรัก เธอถอนหายใจ
ขอโทษนะทิมถ้ามันทำให้ทิมไม่สบายใจ เราแค่อยากให้ทิมคิดอะไรให้กว้างๆ
ชีวิตคนเราเกิดหนเดียวตายหนเดียวก็จริงแต่ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ก็ควรทำตัวให้มีค่า
ในโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่ทิมยังไม่เคยพบเจอ
ยังมีอีกตั้งมากมายหลายอย่างให้ค้นหาและเรียนรู้
ทำไมปล่อยให้ชีวิตจมอยู่กับเพียงบางสิ่งที่มันทำให้ทิมต้องเป็น ทุกข์ด้วยล่ะ
ภูวาพูดจบเขาเองยังงง เพิ่งรู้ว่าตัวเองพูดเข้าท่า
ไปนอนไป คำพูดที่เขาเคยใช้กับเธอตอนนี้เธอยืมมาใช้บ้าง อย่างเด็กว่าง่าย
ภูวาคลานเข้าเต็นท์เงียบเชียบ
ทับทิมนั่งเฝ้ากองไฟไม่ให้มอด ในใจครุ่นคิด พิสาเป็นเพียงคนที่เธอประทับใจในไมตรี
ในความเอื้อเฟื้อและเอาใจใส่
ซึ่งในความเอาใจใส่เหล่านี้เขามีให้ผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่มีให้เธอ
แต่เธอก็เหมาเอาว่านั่นคือความรัก นี่กระมังที่เขาเรียกว่าตาบอดเพราะรัก
ความรักครั้งแรกแท้ๆ ที่ทำให้ทับทิมหนีความพ่ายแพ้ขึ้นมาบนภูสูงแห่งนี้
ทีแรกทับทิมก็ไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะขึ้นมาถึงบนนี้ แค่เพียงนั่งรถผ่าน
มองเห็นภูเขาลูกนี้อยู่ไกลๆ ก็เลยลองแวะและปีนขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงยอดภู
เท่านั้นเอง
ภูวายังไม่หลับ เขาเพียงปวดหนึบๆที่หน้าผาก หากเป็นคนอื่นบางทีเขาอาจตอบโต้
แต่กับทับทิมแค่มองตาคู่โศกของเธอชั่วแวบเดียวก็ทำให้เขาไม่อยากแม้แต่จะแตะต้อง
เธอเหมือนมีความทุกข์มากมายทับถมในใจ ผู้หญิงตัวเล็กๆ
ที่เหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ
จะไม่มีบ้างเชียวหรือที่เธอจะทิ้งความทุกข์นั้นลงตรงหน้าผาสักแห่ง
ตะวันขึ้นสายมากแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกอุ่นๆ ที่หน้าผาก
พอลืมตาก็พบทับทิมนั่งอยู่ข้างๆ เธอเช็ดแผลด้วยผ้าผืนเล็กที่ชุบน้ำอุ่น
เต็นท์นิดเดียว มุดเข้ามาได้ ปากพูดอย่างนั้นแต่ในใจแอบดีใจลึกๆ
ที่เธออุตส่าห์มานั่งเช็ดแผลให้
ถ้าไปไม่ไหว วันนี้พักก่อนก็ได้ ทับทิมพูดเรียบๆ
เจ็บที่หัวแต่เท้ายังดีอยู่นี่ ไม่ได้เอาหัวเดิน
เขาพูดหน้าตาเฉยจนทับทิมอดหมั่นไส้ไม่ได้ ปากอย่างนี้ซิเล่าถึงได้เจ็บตัว
และกว่าจะออกเดินทางได้ก็สายโด่ง ไม่มีใครอยู่ในเต็นท์แล้วสักคน
เขาพาทับทิมเลียบริมผาตั้งแต่ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ
ผาแดงและไปสุดท้ายที่ผาหล่มสักเกือบห้าโมงเย็น
สนสามใบลู่ตามสายลมที่โบยพัด อากาศเย็นจัด
ทับทิมนอนราบไปกับแผ่นผาหินแล้วตั้งกล้อง หันหน้ากล้องลงไปยังเบื้องล่าง
นั่นทำอะไร
ถ่ายรูป เบื้องล่าง เธอกดชัตเตอร์ไปสองสามครั้งแล้วยกกล้องส่องขึ้นบนฟ้า
อย่าบอกนะว่าถ่ายรูปเบื้องบน
เปล่า เรากำลังเช็คเลนส์
แล้วทั้งคู่ก็นั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักและเดินฝ่าความมืดกลับที่พักพร้อมด้วยนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น
ทำให้ไม่รู้สึกว่าน่ากลัวเพราะแสงจากไฟฉายวอมแวมไม่ไกลกันนัก
เดินไกลๆ ระวังตกภู ชายหนุ่มห่วงใย
ตกก็ตาย เธอยังเถียงแต่หากเลี่ยงมาเดินอีกฟากหนึ่งอย่างที่เขาเตือน
เจ็บแผลไหม ทับทิมห่วงใยไถ่ถาม
ทำเขาแล้วยังมาเย้ย ชายหนุ่มแกล้งค้อน
เพราะห่วงหรอกย่ะถึงได้ถามไม่งั้นไม่ถามให้เมื่อยปาก เรื่องราวจากเล็กๆ
ก็ต่อล้อต่อเถียงกันจนถึงที่พักโดยไม่รู้ตัว
ความสนิทสนมคุ้นเคยมากมายขึ้นเป็นลำดับ ความไว้วางใจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ความเหงาเริ่มลี้หายไม่มากรายใกล้ และเรื่องราวมากมายที่ทำให้หนักใจเริ่มถูก
วาง ทีละนิด ภูวาสังเกตได้
ทับทิมแจ่มใสและอารมณ์ดีกว่าคราวแรกที่เขาพบเธอตรงซำแฮก ซำแรกของการเริ่มต้นเป็นผู้พิชิตภูกระดึง
เขาทึ่งในความพยายามพาตัวเองขึ้นมาจนถึงยอดภูได้โดยไม่จ้างลูกหาบแบกสัมภาระ
ผู้หญิงคนนี้บ้าดีเดือด
หลายวันที่อยู่บนภูต่างก็ได้พูดคุยบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง
มิตรภาพเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว
พรุ่งนี้ทิมจะกลับแล้วนะภู เมื่อเธอจะไป เขาใจหาย
จะรีบไปไหน ยังไม่ได้เข้าป่าปิดกันเลย นะ..อย่าเพิ่งกลับเลย
เขาอ้อนวอนเสียงอ่อน
เกือบสองอาทิตย์แล้ว ทิมมีงานต้องรับผิดชอบนะภู ภูวาเงียบงัน
แล้วเราจะได้พบกันอีกไหม
เขาถามขึ้นจนได้หลังจากปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมอยู่เนิ่นนาน
ต้องได้สิ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่ ทับทิมให้สัญญา
หนาวหน้า เราจะมาปีนภูด้วยกัน เหมือนให้คำมั่นสัญญา
ภูวามองสบตาหญิงสาวในความมืดมิดของท้องฟ้ามีเพียงแสงจากกองไฟเท่านั้นที่พอจะทำให้มองเห็นและรู้ว่าทับทิมกำลังมีน้ำตา
ยังมีโอกาสอีกมากมายที่เราจะพบเจอคนที่ดี
อย่าให้ความเจ็บร้าวใจจากอดีตมาปิดกั้นตัวเอง เปิดใจให้กว้างยอมรับสิ่งต่างๆ
แล้วจะไม่อ้างว้างเดียวดาย เขาถือโอกาสอบรมเสียเลย
ทับทิมกลับไปแล้ว แม้เวลาที่ได้รู้จักจะเพียงไม่นานแต่เหมือนผูกพันกันนับปี
บางทีเขาอาจจะเจอสิ่งที่กำลังตามหามาเนิ่นนานแล้วก็ได้ เออหนอ
โลกมนุษย์ออกกว้าง ผู้คนมากมายทำไมนะเขาจึงได้คิดถึง
แต่เพียงเธอที่เขารู้จักเพราะความบังเอิญบนภูกระดึง แม่ทับทิมเม็ดงาม
สักวันหรอกนะจะตามไปเอาหัวใจเธอมาครอบครองให้ได้
ว่าแล้วก็จิบเหล้าขวดเก่านอนนับดาวข้างกองไฟ
ให้หัวใจลอยตามไปส่งเธอถึงห้องนอนเลยทีเดียว
/
พิพม์ครั้งแรก
: วัยน่ารัก 16 ; 248